thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 19/04/2007-16:55 GMT+7  
หลังจากตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ได้คืนสิทธิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้ากุ้งไทยในปี 2549 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือกรณีสึนามิ ทำให้การส่งออกกุ้งไปอียูกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ไทยถูกตัดสิทธิไปตั้งแต่ปี 2542
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้วิเคราะห์สาเหตุที่ไทยยังส่งออกกุ้งไปอียูไม่ได้ว่า มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการคือ อียูเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก และในอียูเองโดยเฉพาะสเปน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย มีโรงงานแปรรูปกุ้งอยู่เป็นจำนวนมาก ที่ผลิตสินค้าขายทั่วยุโรป ส่วนใหญ่ประเทศเหล่านี้นำเข้าวัตถุดิบกุ้งแช่แข็งจากประเทศที่มีราคาต่ำ เพื่อนำไปผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มส่งออกอีกต่อหนึ่ง
โดยในจำนวนนี้ อียูนำเข้ากุ้งจากอดีตประเทศอาณานิคมเก่า อาทิ มาดากัสการ์ เซเนกัล เอกวาดอร์รวมถึงจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ขณะที่กุ้งไทยได้พัฒนาเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูป หรือสินค้าสำเร็จรูปแล้ว ทำให้อียูนำเข้าไม่มากนัก ส่วนกรณีที่อียูนำเข้าสินค้ากุ้งจากจีนเพิ่มขึ้นมาก ก็เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้า เพราะจีนเป็นตลาดเป้าหมายของอียูมีตลาดที่ใหญ่กว่า 1,300 ล้านคน ที่ผ่านมาจีนก็ซื้อสินค้าจากอียูมูลค่ามหาศาล เช่น เครื่องบินแอร์บัสจากฝรั่งเศส เป็นต้น
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การที่กุ้งไทยไม่สามารถขยายเข้าไปในตลาดอียูได้อย่างที่คาดหวัง เนื่องจากอียูมีโรงงานแปรรูปอยู่ในหลายประเทศ และต้องการเพียงกุ้งวัตถุดิบเพื่อนำไปแปรรูปต่อ โดยก่อนหน้าที่ไทยจะถูกกีดกัน ไทยเคยส่งเข้าไปในอียูปีละ 5-6 หมื่นตัน จากความต้องการของตลาดอียูมีถึงปีละ 5-6 แสนตัน ส่วนใหญ่เป็นกุ้งต้มเด็ดหัวเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ แต่เวลานี้กุ้งไทยได้พัฒนาการผลิตเป็นกุ้งที่มีมูลค่าเพิ่ม และอยู่ในช่วงหาลูกค้าซึ่งต้องใช้เวลา จึงต้องผลักดันไปเรื่อยๆ ในรูปสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม หากเป็นสินค้าวัตถุดิบเราคงสู้ประเทศอื่นไม่ได้
อย่างไรก็ดี อยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันการลงนามเอฟทีเอไทยกับญี่ปุ่น เพราะตามข้อตกลงญี่ปุ่นจะลดภาษีสินค้ากุ้งลงเป็น 0 % ทันที ณ วันที่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ โดยหากมีการลงนามดังกล่าว ก็จะทำให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น และส่งออกไปญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งในยามที่สินค้ากุ้งได้รับผลกระทบอย่างมากจากค่าเงินบาท
 
|