thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 02/03/2007-15:53 GMT+7  
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยกับ ถึง การส่งออกสินค้ากุ้งในปี 2550 ว่ามีแนวโน้มไม่สดใสเท่าที่ควรจากปัจจัยเสี่ยงเรื่องของค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่า และไม่แน่ใจว่าจะมีความผันผวนไปในทิศทางที่แข็งค่ามากขึ้นหรือไม่
ขณะที่เศรษฐกิจตลาดหลักทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดสหรัฐซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักสัดส่วนมากกว่า 50% ของการส่งออกในภาพรวมนอกจากเศรษฐกิจจะชะลอตัวแล้ว ค่าเงินดอลลาร์ยังอ่อน ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
"ทิศทางค่าเงินบาทในปีนี้ขอให้อย่าต่ำกว่า 36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หากแข็งค่ากว่านี้เดือดร้อนกันแน่เพราะเวลานี้กุ้งไทยมีราคาแพงกว่าคู่แข่งขัน ค่าเงินบาทที่ประมาณ 35 บาท/ดอลลาร์เราขายของไม่ได้ ช่วงต้นปีส่วนใหญ่ยังไม่มีใครกล้ารับออเดอร์ บวกกับเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งเป็นตลาดหลักของเรามีแนวโน้มชะลอตัว ค่าเงินดอลลาร์อ่อน กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง แค่สองปัจจัยนี้การส่งออกกุ้งคงโตยาก ขอรักษาระดับเท่าปี 49 ก็พอใจแล้ว"
นายพจน์ กล่าวอีกว่า นอกจากปัจจัยเสี่ยงข้างต้นแล้ว ผู้ส่งออกยังมีภาระในการวางพันธบัตรค้ำประกันการนำเข้ากุ้ง(ซี-บอนด์)ไปยังตลาดสหรัฐซึ่งจะต้องเริ่มวางรอบใหม่ในปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ศกนี้ จากก่อนหน้านี้ผู้ส่งออกได้วางเงินไป 3 ครั้งแล้วนับตั้งแต่ปี 2547 ที่สหรัฐได้เรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี)เฉลี่ยทั้งประเทศในอัตรา 5.95% และได้บังคับให้วางซี-บอนด์ค้ำประกันคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท (ทางสมาคมอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขที่ชัดเจน) เวลานี้ทางสหรัฐยังไม่ให้คืนเพราะอยู่ระหว่างทบทวนอัตราภาษีประจำปี ซึ่งจะประกาศประมาณกลางปี
อย่างไรก็ดีจากการที่ในปีที่ผ่านมาผู้ส่งออกประมาณ 60 บริษัทได้เลือกใช้วิธีจ่ายเงินให้กับกลุ่มพันธมิตรชาวประมงกุ้งภาคใต้ 8 มลรัฐของสหรัฐ(SSA)ที่เป็นผู้ยื่นฟ้องให้เก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี)สินค้ากุ้งจากไทย เพื่อแลกกับไม่ถูกทบทวนภาษีเอดีประจำปี โดยขอให้คงอัตราเดิมที่แต่ละบริษัทถูกเรียกเก็บก่อนหน้านี้ ในการทบทวนอัตราภาษีรอบใหม่การทำในลักษณะเดิมคงไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องดูว่าทาง SSA จะมีปฏิกิริยาเช่นใด
แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่สหรัฐยังไม่คืนเงินซี-บอนด์ว่า เนื่องจากการทบทวนภาษีเอดีประจำปีทั้งประเทศในปีที่ 3 ที่สหรัฐได้สุ่มตัวอย่าง 3 บริษัทเพื่อทบทวนภาษีประจำปี(review)เมื่อเดือนก.ค.2549 ประกอบด้วย บจ.ไทยเอกมัยห้องเย็น บมจ.แพ็คฟู้ด และบจ.กู๊ดลักซ์ โปรดักส์ ขณะนี้สหรัฐยังไม่ประกาศอัตราภาษีทบทวนขั้นสุดท้าย คาดจะทราบผลประมาณเดือน ก.ค.2550 ทำให้กรมศุลกากรสหรัฐยังไม่คืนเงินค้ำประกันดังกล่าว
ด้านนายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เกษตรกรยังมีความเป็นห่วงเรื่องเสถียรภาพค่าเงินบาทซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากจะทำให้ผู้ส่งออกมีความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงเพราะสินค้าจะแพงกว่าคู่แข่งขัน ทำให้ต้องมากดราคารับซื้อกุ้งจากเกษตรกร โดยผลกระทบได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในช่วงปลายปี 2549 ที่เงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 35 บาท/ดอลลาร์ ทำให้ราคากุ้งลดลง
"ในปีที่แล้วราคากุ้งทั้งปีที่เกษตรกรขายได้มีราคาค่อนข้างดี แต่ช่วงปลายเงินบาทแข็งค่ามากราคาเริ่มตก โดยกุ้งขาวขนาด 70 ตัว/กก.ในไตรมาสที่สี่ ของปีที่แล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท/กก. ล่าสุดในต้นเดือนม.ค.50 เฉลี่ยอยู่ที่ 108 บาท/กก.เนื่องจากมีผลผลิตกุ้งไซส์นี้ออกมามาก ส่วนกุ้งขนาด 40 และ 50 ตัว/กก.ราคายังนิ่งเพราะของมีน้อย แต่หากปีนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอีกราคาอาจตก ส่วนปัจจัยเสี่ยงเรื่องน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย การถูกกีดกันปัญหาเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น"
 
|