thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 10/03/2007-12:52 GMT+7  
ใครจะรู้บ้างว่า ในปี 2549 ที่ผ่านมา อินเดียเป็นแชมป์ส่งกุ้งไปสหภาพยุโรป(อียู) ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 29 % ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด(หรือคิดเป็นสัดส่วน 59% ของมูลค่าการส่งออกกุ้งทั้งหมดของอินเดีย)
รายงานจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป(อียู) ได้รายงานตัวเลขที่อาจทำให้ผู้ส่งออกกุ้งไทยตกใจ อยากเข้าไปทวงคืนตลาดอียูกันเสียที
ส่วนอันดับ 2 รองจากอินเดียคือ เอกวาดอร์ และบังคลาเทศ และจีนอยู่อันดับสี่ถือเป็นคู่แข่งที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เนื่องจากภายหลังที่สินค้ากุ้งของจีนถูกสหรัฐอเมริกาเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี) จีนได้หันมากส่งออกกุ้งไปอียูมากขึ้น ส่วนการส่งออกกุ้งของไทยไปอียูในปีที่ผ่านมาอยู่อันดับที่ 17 มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1% เท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่ กุ้งจากไทยยังไปไม่ถึงดวงดาวนั้น คุณไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ้มอุตสาหกรรมอาหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สอท. ได้วิเคราะห์ว่า มีปัจจัย 2 ประการที่ทำให้กุ้งไทยส่งไปไม่ได้มาก คือ 1 ปัจจัยจากการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงในอียูเอง และ 2 ประเทศสมาชิกมีโรงงานแปรรูปกุ้งเป็นจำนวนมาก จึงมักจะนำเข้าวัตถุดิบกุ้งแช่แข็งเพื่อนำไปแปรรูปเพื่มมูลค่าการส่งออกเอง
การที่กุ้งไทยได้พัฒนาเป็นสินค้าแปรรูป และกึ่งสำเร็จรูปนี่เองทำให้อียูไม่นำเข้ามากนัก เนื่องจากประเทศสมาชิกอียู ได้นำเข้ากุ้งจากประเทศที่เคยอยู่ในอาณานิคมก่อน เช่น มาดากัสการ์ เซเนกัล เอกวาดอร์รวมถึงจีน อินเดีย อินโดนีเซีย
ส่วนกรณีที่อียูนำเข้าสินค้ากุ้งจากจีนเพิ่มขึ้นมาก เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการค้า เพราะจีนเป็นตลาดเป้าหมายของอียูมีตลาดที่ใหญ่กว่า 1,300 ล้านคน ที่ผ่านมาจีนก็ซื้อสินค้าจากอียูมูลค่ามหาศาลเช่น เครื่องบินแอร์บัส จากฝรั่งเศส เป็นต้น
คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ที่กล่าวว่า เราไม่โตในตลาดอียู เนื่องจากอียูต้องการเพียงกุ้งวัตถุดิบเพื่อนำไปแปรรูปต่อ ก่อนหน้าที่ไทยจะถูกกีดกัน ไทยเคยส่งเข้าไปในอียูปีละ 5-6 หมื่นตันจากความต้องการของตลาดอียูมีถึงปีละ 5-6 แสนตัน ส่วนใหญ่เป็นกุ้งต้มเด็ดหัวเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ แต่เวลานี้กุ้งไทยได้พัฒนาการผลิตเป็นกุ้งที่มีมูลค่าเพิ่ม และอยู่ในช่วงหาลูกค้าซึ่งต้องใช้เวลา
ตลาดที่น่าจับตามองคือญี่ปุ่น ถ้ารัฐบาลเร่งผลักดันการลงนามเอฟทีเอไทยกับญี่ปุ่น(JTEPA) ซึ่งเป็นตลาดสำคัญอีกตลาดหนึ่งเพราะตามข้อตกลงญี่ปุ่นจะลดภาษีสินค้ากุ้งลงเป็น 0 ทันที ณ วันที่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ จะทำให้เราสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นและส่งออกไปญี่ปุ่นได้มากขึ้น ถือเป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งในยามที่สินค้ากุ้งได้รับผลกระทบอย่างมากจากค่าเงินบาท
ล้อมกรอบ
จีนส่งออกกุ้ง ไปอียู
สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้รายงานสถานการณ์การส่งออกกุ้งของจีนเข้าไปในอียูว่า จากผลกระทบเรื่อง AD ของสหรัญฯ ทำให้จีนหันไปส่งกุ้งไปยังอียูแทน ปีที่ผ่านมาจีนส่งไปเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 55% คิดเป็นอันดับที่ 4 รองจากอินเดีย เอควาดอร์ และบังคลาเทศ โดยประเทศสมาชิก EU ผู้นำเข้าหลัก ได้แก่ สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส
ขณะที่ การวิเคราะห์ของ UN Globefish ระบุถึงประเทศไทยว่า ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพการผลิตกุ้งที่สูงถึงปริมาณ 25% ของการผลิตกุ้งทั้งหมดทั่วโลก แต่ขณะนี้มีการบริโภคกุ้งภายในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้การส่งออกลดน้อยลงกว่าในอดีต
จากความเคลื่อนไหวของจีนในการหันมาให้ความสนใจขยายตลาดการส่งออกกุ้งไปยัง EU ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าจีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญต่อการส่งออกสินค้ากุ้งในตลาดโลกที่ไทยควรจะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
ตลาดสหภาพยุโรป มีแนวโน้มอัตราการเติบโตของตลาดสินค้าประมงค่อนข้างสูง เนื่องจากคนยุโรปนิยมบริโภคอาหารทะเล ซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพประเภทหนึ่ง ดังนั้น ไทยควรศึกษาช่องทาง กลยุทธ์ในการทำการตลาดเชิงรุก มุ่งเน้นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงระบบการผลิตสินค้าประมงของไทยที่ได้มาตรฐาน ไทยมีโรงงานที่สามารถได้การรับรองส่งออกสินค้าสัตว์น้ำได้ถึง 261 โรงงาน ในขณะที่อินเดียมีเพียง 228 โรงงาน และจีนมี 391 โรงงาน
 
|