thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 10/03/2007-13:09 GMT+7  
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา ภายหลังจากการสัมมนางานวันกุ้งไทยครั้งที่ 17 ที่ โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฏร์ธานี สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย ได้จัดการประชุมประจำปีขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง และมีการชี้แจงถึงประเด็นต่างๆ ในอุตสาหกรรมกุ้ง และรายงานสถานการณ์การผลิตกุ้งของประเทศคู่แข่ง
สาเหตุที่กุ้งไทยราคาต่ำกว่าคู่แข่ง
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สุราษฏร์ธานี ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่กุ้งไทยมีราคาต่ำกว่าประเทศคู่แข่งว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาของกุ้งไทย ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญ อย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย และอีกหลายๆ ประเทศ ตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกตนั้น เนื่องจาก
1.ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเทียบกับเวียดนามแล้วค่าเงินบาทของเราจะแข็งค่ากว่าประมาณ 10 %
2.ไทยถูกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และผู้ส่งออกเราต้องวางซีบอนด์ หรือเงินค้ำประกันสินค้า ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ แต่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญไม่ถูกเอดี
3.ราคาที่ใช้อ้างอิงโดยทั่วไปบ้านเราใช้ราคาตามตลาดกลาง (ตลาดทะเลไทย) ซึ่งจะต่ำกว่าราคารับซื้อปากบ่อประมาณ กก.ละ 10 บาท ในขณะที่ประเทศคู่แข่งสำคัญอื่นๆ เช่นเวียตนามไม่มีราคาตลาดกลาง แต่จะใช้ราคาปากบ่อเป็นมาตรฐานอย่างเดียว แต่เมื่อมาเทียบขายจริงแล้วไม่ต่างกันมากนัก
4.ราคาของคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ที่ดูสูงกว่าของไทยมากประมาณ กก.ละ 20 บาท เพราะราคาของเวียดนามเป็นราคากุ้งดำ บวกกับค่าเงินบาทที่ผันผวนของไทย และราคาเวียดนามที่ใช้ราคาปากบ่อ จึงทำให้กุ้งเวียดนามมีราคาสูงกว่า
ซึ่งสรุปแล้ว ราคาโดยทั่วไป อาจไม่แตกต่างกันมาก แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จึงทำให้กุ้งจากประเทศคู่แข่งมีราคาสูงกว่าไทย แม้ว่าผลผลิตของเราจะมากกว่า และมีคุณภาพที่ดีกว่าก็ตาม
คาดสถานการณ์กุ้งปี 50 น่าห่วง
ที่ประชุม ยังได้พูดถึงสถานการณ์กุ้งปี 50 โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นหลายท่านด้วยกัน
ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า สถานการณ์กุ้งในปี 2550 น่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือจีน ที่คาดว่าผลผลิตปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
อย่างอินโดนีเซีย ที่ขณะนี้หันมาเลี้ยงกุ้งขาวกันเกือบทั้งประเทศ เท่าที่ทราบแต่ละฟาร์มจะเลี้ยงในพื้นที่ใหญ่มาก หลายแห่งมีถึงกว่า 3,000 บ่อ แต่กลับใช้พื้นที่เลี้ยงไปไม่ถึง 20 % ของพื้นที่ทั้งหมดที่มี มีกำลังการผลิตได้ถึงวันละ 200 ตัน ปัจจุบันกำลังมีการขยายพื้นที่เลี้ยง ที่สำคัญมีห้องเย็นอยู่ในพื้นที่เลี้ยง ซึ่งนี่เองที่ทำให้ราคากุ้งเขาดีกว่าไทย เพราะไม่เสียค่าขนส่ง ต่างกับไทยที่ต้องจับแล้วต้องส่งเข้าตลาดทะเลไทย และส่งต่อไปยังห้องเย็นอีกทอด
ในที่นี้เราจะไม่พูดถึงเรื่องคุณภาพ แต่เราจะมองเฉพาะในเรื่องของราคา พื้นที่เลี้ยงเขาก็เยอะ แถมมีห้องเย็นอยู่ในนั้นอีก กำลังการผลิตเขาก็มาก วันหนึ่งมีรถวิ่งเข้าออกทั้งวันทั้งคืน แถมเขาไม่ต้องเสียเอดี เขาจึงคุมได้ทั้งหมด ไทยห้ามประมาทเด็ดขาด
สำหรับในส่วนของประเทศไทยนั้น จากข้อมูลที่พอสรุปได้ ปีนี้เราน่าจะประสบเคราะห์กรรมอย่างสาหัสพอสมควร เพราะเสี่ยงกับปัญหากุ้งโตช้า ปัญหาตัวพิการ คดงอ อันเนื่องมาจากพ่อแม่พันธุ์ที่มาจากแหล่งเดียวกันคือ ไม่ฟลอริดาก็โอไอ กอปรกับทุกประเทศที่หันมาผลิตกุ้งขาวเพิ่มขึ้น ปัญหาที่จะมากับปรากฏการณ์เอลนิญโญ ที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนในเรื่องของความเค็มของน้ำที่เปลี่ยนแปลง ไม่คงที่ อากาศที่วิปริต ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตซ้ำอีก ยังไม่รวมปัญหาเฉพาะหน้าอื่นๆ อย่างการกีดกันทางการค้า ที่แต่ละประเทศเตรียมงัดมาเล่นงานไทย เพราะฉะนั้นสรุปในเบื้องต้นว่า ปีนี้เราเหนื่อยแน่
ด้านน.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ์ เครือข่ายคนไทยกุ้งไทย ในฐานะกรรมการสมาคมฯ กล่าวถึงสถานการณ์กุ้งของตลาดคู่ค้าหลักของไทย และประเทศคู่แข่งว่า จากข้อมูลที่ได้มาจากตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อียู และอเมริกาใต้ ทำให้สรุปข้อมูลเบื้องต้นได้ดังนี้
ประเทศแถบละตินอเมริกา มีแนวโน้มผลผลิตเพิ่มขึ้น ยกเว้นบราซิล ที่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน สาเหตุเพราะประเทศในแถบเอเชียเริ่มได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิญโญตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากฟิลิปปินส์ แล้วไล่ขึ้นมาไทยในช่วงต้นปี จากนั้นก็จะไปกระทบต่อประเทศแถบละตินอเมริกาเองในช่วงกลางปี เพราะฉะนั้นผลผลิตในรอบต้นปีของประเทศแถบนี้ จึงน่าจะดีกว่าไทย
สำหรับประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยอย่างสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ช่วงปลายปี 49 จนถึงต้นปี สินค้ากุ้งในสต๊อกจะมีมาก จึงต้องมีการระบายสินค้า ซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากตัวเลขส่งออกของไทยในช่วงปลายปี ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม เพราะฉะนั้นจึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า หากต้นปีประเทศแถบละตินอเมริกามีผลผลิตมากจริงตามที่คาดหมาย ลูกค้าในสหรัฐฯ อาจเริ่มมีการต่อรองกับไทยมากขึ้น
เพราะฉะนั้นคนเลี้ยงกุ้งของไทยต้องเตรียมความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะการเตรียมบ่อสำรองในการแบ่งกุ้ง หรือพาเชียลแล้วเลี้ยงยาวทำไซซ์ใหญ่ และอาจทำโครงการเชื่อมโยงที่แน่นอน หรือออเดอร์ใหม่ในช่องทางตลาดใหม่
แต่ทั้งนี้ หากเราวิตกในเรื่องนี้มากเกินไป ก็อาจเกิดผลกระทบในเรื่องของราคา แล้วเขาก็จะยิ่งใช้เป็นข้อต่อรอง เพราะฉะนั้นหากช่วงไหนที่ตลาดอืด หรือมีออเดอร์น้อย เราก็อย่าไปเทขายให้ราคาผันผวนลงมา เพราะเขาจะไม่ซื้อ เนื่องจากจะรอให้ราคาต่ำที่สุดก่อนจึงจะสั่งออเดอร์ เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งจะสังเกตได้ว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตราคากุ้ง และเขาก็ใช้ได้ผลบ่อยๆ กับสินค้ากุ้งไทย
ทำคอนแทรกฯ ต้องเปลี่ยนมุมมอง
เมื่อพูดถึงโครงการเชื่อมโยง หรือการทำคอนแทรกตรงกับห้องเย็นเพื่อลดความเสี่ยงของการผันผวนราคา ชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ชุมพร โดยคุณ ไพบูลย์ ลิ้มเลิศวาที ซึ่งถือว่า มีประสบการณ์ ในการทำคอนแทรก กล่าวว่า
ตนได้ทำคอนแทรกฟาร์มมิ่งมาตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำได้นั้น เพราะทั้งตนและห้องเย็นต่างมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่จ้องคิดเอาเปรียบกัน ต่างฝ่ายต่างยึดตามกติกาที่เป็นธรรม ทำให้ยังคงทำคอนแทรกฟาร์มมิ่งมาจนทุกวันนี้
ห้องเย็นถึงกับเคยมาคุยกับผมว่า เขาไม่อยากทำคอนแทรกฯ กับฟาร์มอื่น เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรมักมองว่า ห้องเย็นจ้องแต่จะเอาเปรียบ สุดท้ายเมื่อมีปัญหาห้องเย็นก็ต้องถูกด่า เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจร่วมกันก่อนว่า ต่างฝ่ายต่างต้องยึดหลัก ถ้าเราอยู่ได้ เขาก็อยู่ได้ แล้วทุกอย่างก็จะลงตัว แต่ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎกติกามารยาทของตนเอง และไม่มองอีกฝ่ายในแง่ลบด้วย
นอกจากนั้น เกษตรกรต้องลบความคิดแบบเก่าที่ว่า เลี้ยงกุ้งต้องมีกำไร 30% ทิ้งไป เพราะขณะนี้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่ให้หันกลับมามองว่า พยายามเลี้ยงให้รอด เลี้ยงให้ดี ลดต้นทุนให้ต่ำ สู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ให้ได้ หากดูแล้วว่าจุดไหนที่พอมีกำไร ก็สามารถทำคอนแทรกฟาร์มมิ่งได้
ทพ.สุรพล ประเทืองธรรม นายกสมาคมกุ้งทะเลไทย ได้สรุปว่า การทำคอนแทรกอย่ามองเรื่องราคาอย่างเดียว เพราะถ้ามองแบบนั้นทุกอย่างก็จบเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องเห็นใจกันทั้งสองฝ่าย ถ้าห้องเย็นอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมา คนเลี้ยงกุ้งไม่เหนื่อยทำกันสบายๆ ราคาพออยู่ได้ แต่ปีนี้ อาจจะต้องเหนื่อยกันอีกครั้ง เนื่องจากผลผลิตมาก ย่อมเกิดปัญหาเรื่องตลาดตามมา ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือให้ดี
 
|