thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 10/03/2007-13:12 GMT+7  
ไบโอเทค มีชื่อเต็มว่า ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ อยู่ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. สวทช. เป็นหน่วยงานที่มีพระราชบัญญัติของ สวทช.เอง มีคณะกรรมการบริหารที่เรียกว่าคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน งบประมาณการดำเนินงานของ สวทช. และไบโอเทค ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล [เงินงบประมาณ] และจากเงินรายได้จากกิจกรรมทำวิจัย รับจ้างวิจัย การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สวทช.และไบโอเทค มีสถานที่ตั้ง อยู่ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ตำบลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
หน้าที่ของไบโอเทค คือ สนับสนุนการทำวิจัยให้กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ รวมทั้งภาคเอกชน เช่นการสนับสนุนงบประมาณ การสร้างห้องปฎิบัติการ ไบโอเทค มีห้องปฏิบัติการและนักวิจัยของไบโอเทคที่ดำเนินการวิจัยเองด้วย ไบโอเทคยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ผู้ใช้ ซึ่งมีทั้งเอกชน เกษตรกร และชุมชน จัดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาคนและถ่ายทอดความรู้ ตัวอย่างงานที่ไบโอเทคได้สนับสนุนมีดังต่อไปนี้
1. การปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ให้ทนน้ำท่วมฉับพลัน โดยไบโอเทค ร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมการข้าว ปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิให้ทนต่อน้ำท่วมฉับพลัน และมีการทดสอบร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดหนองคายได้ผลดี ข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวจึงเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
2. การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าหอมกำแพงแสน 2 ทนต่อโรคใหม้ ไบโอเทค ร่วมกับมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง พัฒนาข้าวเจ้าหอมไม่ไวต่อช่วงแสง เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณที่มีการระบาดของโรคไหม้ พันธุ์ดังกล่าวมีคุณภาพตรงต่อความต้องการของโรงสีในท้องที่จังหวัดสุพรรณบุรี
3. การแปรรูปมังคุดที่ไม่ได้มาตรฐานให้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์จากเนื้อมังคุดที่ไม่ได้มาตรฐาน ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น เนื้อมังคุดในน้ำเชื่อมกระป๋อง มังคุดกึ่งแห้ง เป็นต้น
4. เทคโนโลยีเพื่อเหนี่ยวนำการตกไข่และผสมเทียมโคนมตามระยะเวลาที่กำหนด โดยไบโอเทคประสบผลสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีการเหนี่ยวนำการตกไข่และผสมเทียมตามเวลาที่กำหนด ซึ่งได้ทดสอบและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญมีราคาถูกและใช้ได้ผลดีกับโคที่เลี้ยงในประเทศไทย
5. การบำบัดน้ำเสียและผลิตพลังงาน ก๊าซชีวภาพ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง ไบโอเทค ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียแบบปิด ที่บำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีกลิ่นรบกวน และยังได้ก๊าซชีวภาพกลับมาใช้ทดแทนน้ำมันเตา
ไบโอเทคกับการพัฒนากุ้งไทย
จากการที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นจำนวนมาก และการเลี้ยงกุ้งทำรายได้ให้กับประเทศหลายหมื่นล้านบาท ในขณะเดียวกัน เกษตรกรยังประสบปัญหาการเลี้ยงกุ้ง เป็นต้นว่าโรคระบาด การขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำที่มีคุณภาพ ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่หันกลับมาเลี้ยงกุ้งขาว อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านกุ้งและผู้ส่งออกมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า กุ้งกุลาดำยังมีอนาคตแน่นอนถ้าสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ และผลิตกุ้งกุลาดำที่มีขนาดใหญ่ ลดต้นทุนการเลี้ยงเช่นค่าพลังงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศคู่แข่งขัน ไบโอเทคในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ผลักดันให้มีคณะกรรมการบริหาร คลัสเตอร์กุ้งประเทศไทยขึ้น เพื่อยกระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งไทย จากความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องต่างๆ จึงได้เกิดยุทธศาสตร์การวิจัยพัฒนากุ้งไทยขึ้น และไบโอเทคได้ใช้ยุทธศาสตร์นี้ในการสนับสนุนการวิจัยทางด้านกุ้ง ดังมีตัวอย่างโครงการวิจัยที่สำคัญดังต่อไปนี้
การพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ
ไบโอเทคร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และกองทัพเรือจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง [ชื่อย่อๆ เรียกว่า เอ็นบีซี มาจาก ภาษาอังกฤษ คือ นิวเคลียส บรีดดิ้ง เซ็นเตอร์] ขึ้นที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อเป็นสถานที่เก็บพ่อแม่พันธุ์กุ้งที่พัฒนาขึ้นในบ่อเลี้ยง และเพื่อเป็นสถานที่ทำการวิจัยพัฒนาการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้ได้รับความสำเร็จโดยเร็ว ปัจจุบันพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำในบ่อเลี้ยงได้ถึงรุ่นที่ 9 แล้วโดยมีลักษณะทางกายภาพและระบบสืบพันธุ์ใกล้เคียงกับกุ้งที่จับจากธรรมชาติ มีอัตราการรอดจากตัวอ่อนจนถึงพ่อแม่พันธุ์ประมาณร้อยละ 30 เมื่อนำแม่กุ้งไปผสมพันธุ์และออกไข่ พบว่ามีอัตราการผสมพันธุ์ร้อยละ 60 อัตราการฟักร้อยละ 80 และลูกกุ้งมีอัตรารอดประมาณร้อยละ 70 เนื่องจากพ่อแม่กุ้งที่ต้องการต้องเป็นกุ้งปลอดจากไวรัสที่สำคัญ เช่นหัวเหลือง ตัวแดงดวงขาว ดังนั้น ศูนย์เอ็นบีซีนี้ต้องเป็นสถานที่ปลอดโรค ก่อนนำกุ้งเข้าไปในสถานีดังกล่าว ต้องผ่านหน่วยกักกันและตรวจสอบโรค ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หน่วยดังกล่าวยังจะทำหน้าที่เพิ่มจำนวนครอบครัวพ่อแม่พันธุ์กุ้งให้มีความหลากหลายมากขึ้นและส่งไปเก็บไว้ที่ เอ็นบีซี ไบโอเทคตั้งใจจะพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งให้มีจำนวนครอบครัวที่หลากหลายประมาณ 200 ครอบครัว
เมื่อได้ครอบครัวที่ดีแล้ว จะส่งพ่อแม่พันธุ์ที่คัดเลือกได้ หรือลูกที่เกิดจากพ่อแม่พันธุ์ดังกล่าวไปยังหน่วยขยายพ่อแม่พันธุ์ [หน่วยบีเอ็มซี หรือบรูดสต๊อค มัลติพลิเคชั่น เซ็นเตอร์] ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี ทำการเลี้ยงลูกกุ้งที่มาจากพ่อแม่พันธุ์จนได้ขนาดที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ สามารถแจกจ่ายไปตามโรงเพาะฟักหรือผลิตลูกกุ้งให้กับเกษตรกรต่อไป ปัจจุบัน เริ่มแจกจ่ายลูกกุ้งไปให้เกษตรกรทดลองเลี้ยง โดยผ่านทางชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จังหวัดจันทบุรี และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสุราษฏร์ธานี และได้ร่วมกับบรรจงฟารม์ ทำการผลิตลุกกุ้งจากพ่อแม่พันธุ์ที่มาจากการเลี้ยง และทดสอบลูกกุ้งดังกล่าวกับสุรีย์รัตน์ฟารม์ จังหวัดจันทบุรี (โดยการประสานงานกับดร. ชลอ ลิ้มสุวรรณ)
ในการปรับปรุงสายพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น ไบโอเทคร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดตั้งหน่วยคัดและปรับปรุงพันธุ์กุ้งกุลาดำขึ้นที่สถานีวิจัยเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี หน่วยต่างๆทั้งหมดนี้ ถือเป็นโครงสร้างที่สำคัญของประเทศในการที่จะพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งให้สำเร็จ โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่จากธรรมชาติอีกต่อไปในอนาคต อนึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พัฒนาขึ้นนี้ได้จัดทำทะเบียนประวัติ เพื่อให้ตรวจย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยในเรื่องข้อกำหนดการส่งออกของประเทศคู่ค้าที่ต้องการให้บอกแหล่งที่มาและข้อมูลการเลี้ยงให้มากที่สุด
การวิจัยและพัฒนาการวินิจฉัยโรคกุ้ง
ไบโอเทคร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลคิดค้นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคกุ้งหัวเหลืองและตัวแดงดวงขาวด้วยเทคนิคพีซีอาร์ มีการนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้ตรวจหาไวรัสและพาหะของโรคเพื่อกำจัดพาหะต่างๆออกไปจากบ่อกุ้ง และการคัดเลือกลูกกุ้งหรือพ่อแม่พันธุ์ที่ปลอดเชื้อ ก่อนไปเพาะหรือขยยาพันธุ์ ทำให้ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค หรือปรับปรุงกระบวนการจัดการบ่อเพื่อป้องกันโรคได้ดีขึ้น โดยเกษตรกรรับบริการตรวจได้ที่กรมประมง ห้องแลปเอกชน หน่วยบริการธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพกุ้งของไบโอเทคหรือเอสบีบียู ซึ่งหน่วยเอสบีบียูนี้ ทำการผลิตน้ำยาพีซีอาร์จำหน่ายด้วย
นอกจากใช้ในการตรวจหาโรคในกุ้งแล้ว เทคโนโลยีพีซีอาร์ ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการระบาดของไวรัสทอร่าในกุ้งขาว ผลการศึกษาพบว่าปูแสมและกุ้งฝอยติดเชื้อทอร่าจากกุ้งขาวได้ กุ้งฝอยที่ติดเชื้อถ่ายทอดเชื้อกลับไปยังกุ้งขาวได้เช่นกัน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวจึงควรกำจัดพาหะทั้งสองออกไปจากบ่อเลี้ยง และป้องกัน เฝ้าระวังไม่ให้พาหะของโรคเข้ามาระหว่างการเลี้ยง และ ลดการสูญเสียจากโรคทอร่าซินโดรมได้
วิธีตรวจโดยใช้พีซีอาร์ ต้องส่งตัวอย่างกุ้งไปที่ห้องปฏิบัติการ ไบโอเทคร่วมกับมหาวิทยาลัยประสานมิตรพัฒนาชุดตรวจริมบ่อที่มีวิธีการที่ง่าย โดยหยดเลือดกุ้งในตลับชุดตรวจและอ่านแถบสีในเวลาเพียง 5 นาที สามารถตรวจเชื้อหัวเหลือง ตัวแดงดวงขาวและทอร่า ได้ ชุดนี้ เกษตรกรสามารถใช้งานได้เอง อ่านผลด้วยตาเปล่า และมีราคาถูกกว่าวิธีพีซีอาร์
การเพิ่มประสิทธิภาพของอุตฯ แปรรูปกุ้ง
ไบโอเทค ร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการผลิตบัณทิตทางด้านทักษะวิศวกรรมอาหาร โดยให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท โดยนักศึกษาจะเข้าไปร่วมในการแก้ปัญหาให้กับโรงงาน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ที่ทำงานในโรงงานร่วมกันดำเนินงาน โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เช่นการลดพลังงาน การลดการสูญเสียวัตถุดิบ ปัจจุบันมีตัวอย่างโรงงานที่ร่วมมือ เช่น ไทยรอยัลฟรอเซ่นฟู้ด เป็นต้น
นอกจากการสนับสนุนการทำวิจัยพัฒนา ไบโอเทคยังสนับสนุนการพัฒนาบุคคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เช่น การร่วมกับฟารม์เพาะฟักในการเลี้ยงคีโตเซอรอส การจัดฝึกอบรมการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้กับกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น
 
|