thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 10/03/2007-13:16 GMT+7  
ถึงบัดนี้ เพื่อนชาวกุ้งไทยคงได้รับทราบข้อมูลผลงานการผลิตกุ้งในรอบปี 2549 ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งบางคนอาจเคยคาดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าน่าจะถึง 500,000 ตัน แต่เมื่อผลออกมาว่าเราสามารถผลิตได้ถึง 520,000 ตัน และสามารถขายได้โดยราคาอาจจะลดลงบ้างเพราะค่าเงินบาทซึ่งแข็งแรงขึ้นกว่า 10% ในฐานะคนไทยก็รู้สึกดีใจไปด้วย แต่เมื่อได้รับทราบข่าวจากงานสัมมนางานวันกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์เมื่อปลายเดือนมกราคมว่า ปี 2550 แนวโน้มเราจะผลิตกุ้งเพิ่มได้อีกกว่า 20% หรือถึงกว่า 600,000 ตัน แต่พอฟังภาคการส่งออกสรุปว่าแนวโน้มค่าเงินบาทจะแข็งตัวได้อีก และยังต้องมีปัญหาวางเงินค้ำประกันภาษีจากมาตรการ AD ของสหรัฐ เพราะวางเงินค้ำประกันไปแล้ว 2 ปียังไม่ได้คืน ปีนี้ต้องวางเริ่มวางเงินปีที่ 3 เข้าไปอีก เมื่อรวมแล้ว เฉพาะกรณีค่าเงินบาทที่แข็งตัวกว่าประเทศเลี้ยงกุ้งทุกประเทศเมื่อผนวกกับภาระภาษี ค่าทนายความ ค่าดอกเบี้ยเงินค้ำประกันภาษีและอื่นๆที่เนื่องจากADในตลาดสหรัฐ ปรากฏว่า เราเสียเปรียบอินโดนีเซียอยู่ถึงกว่า 17% เวียตนาม 8% มาเลเซีย(น้องใหม่ไฟแรง) 15% และประเทศอื่นทุกประเทศในอัตราแตกต่างกันในขณะที่ประเทศเลี้ยงกุ้งต่างก็มุ่งขยายการผลิตกุ้งด้วยกันทุกประเทศ จึงกลายเป็นข้อกังวลว่าเราจะมีปัญหาด้านการตลาดหรือไม่และราคากุ้งหน้าฟาร์มในปี 2550จะเป็นอย่างไร
โดยส่วนตัว ผมถือว่า การค้าคือการค้า เมื่อมีสินค้ามากก็ต้องแข่งขันกันเป็นธรรมดาตามหลักอุปสงค์-อุปทาน แต่หากพิจารณากันดีๆเราก็ยังมั่นใจได้ระดับหนึ่ง เพราะฐานตลาดเรากว้างและแน่น โดยเฉพาะตลาดในสหรัฐ เกาหลี ญี่ปุ่น ตลอดถึง อี.ยู. ที่ผู้นำเข้าเชื่อมั่นเรามากแม้จะถูกมาตรการ GSP คุมยอดการส่งออกสูงสุดไว้ หรือแม้แต่ตลาดรัสเซียซึ่งเป็นน้องใหม่ไฟแรงที่จะเป็นตลาดใหญ่ในอนาคต ดังนั้น จึงเชื่อว่าแข่งขันกันอย่างไร กุ้งไทยเราก็ยังมีโอกาสขายได้หมด ซึ่งยังมีศักยภาพพอที่จะเปิดประตูคู่แข่งได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยถ้าจะขายแข่งกับเราก็ต้องเสนอราคาต่ำกว่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ปี 2550 นี้เป็นปีที่ภูมิอากาศแกว่งเพราะเริ่มการปรับเปลี่ยนสู่อิทธิพลของแอลนิญโญ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการผลิตกุ้งพอสมควรทีเดียว แต่เชื่อว่าชาวกุ้งไทยกระดูกมวยแข็งพอที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้
ดังนั้น ในภาวะธุรกิจกุ้งโลกต้องแข่งขันเข้มข้นเช่นนี้ กุ้งไทย จำเป็นต้องสร้างจุดเด่นเฉพาะของตนเองให้เข้มแข็งเพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางการตลาดให้ล้ำหน้าหรือเหนือกว่าคู่แข่งให้ได้ เหตุดังกล่าว งานวันกุ้งไทยครั้งที่ 17 ณ โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ในครั่งนี้ ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานีและสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย จึงพร้อมใจกันเลือกใช้คำขวัญที่ตรงกับสถานการณ์กุ้งโลกในปีนี้ว่า กุ้งไทย ยุคก้าวหน้า มีคุณค่า ตรวจสอบได้ อันหมายถึง
กุ้งไทย กุ้งที่เลี้ยงและแปรรูปจากประเทศไทย
ยุคก้าวหน้า ผลิตโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทุกมิติที่สังคมโลกและคู่ค้าต้องการ
มีคุณค่า ผลิตภัณฑ์กุ้งไทย มีคุณภาพสูง สด สะอาด รสชาติดี ภายใต้ กระบวนการผลิตและแปรรูปที่ถูกสุขอนามัยครบถ้วน ปลอดภัยตาม มาตรฐานอาหารและตรงใจกับความต้องการของผู้ซื้อบริโภค
ตรวจสอบได้ กุ้งไทย มีความพร้อมสูงในการรองรับการตรวจสอบย้อนกลับได้อย่าง เป็นระบบชัดเจน จากโต๊ะอาหารของผู้บริโภคจนถึงต้นทางของ กระบวนการผลิต
พร้อมกันนี้ ในวาระสัมมนางานวันกุ้งไทยครั้งที่ 17 วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์นี้ได้มีหัวข้อนำเสนอเป็นกรณีพิเศษตามคำขวัญประจำปีของงานสัมมนาในปี 2550 คือ วาระเสวนา คือ ฟาร์มกุ้งยุคก้าวหน้า สร้างคุณค่าตรวจสอบได้ อันเป็นการสื่อความหมายชัดเจนว่า ปี 2550 นี้ ภาคการผลิตกุ้งไทย ต้องร่วมพัฒนาต่อเนื่องกิจการฟาร์มของแต่ละกลุ่มให้เป็นฟาร์มที่ทันสมัย สะอาด ใช้วิธีการผลิตที่สอดคล้องกับเงื่อนไขการผลิตของแต่ละบ่อ แต่ละฟาร์ม และแต่ละแหล่งน้ำ ใช้ข้อมูลทางวิชาการในขบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตผลผลิตกุ้งที่มีคุณภาพสูงสุด ปลอดสารและจุลินทรีย์ต้องห้ามทุกชนิดตามมาตรฐานที่สากลหรือคู่ค้ากำหนด พร้อมการรักษาคุณภาพผลผลิตไว้สูงสุดตั้งแต่บ่อเลี้ยงจนถึงโรงงานแปรรูป ในขณะเดียวกัน ฟาร์มเลี้ยงกุ้งต้องมีความรับผิดชอบต่อแรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วนและเด่นชัดพร้อมการบันทึกข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนเพื่อรองรับระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ชาวกุ้งไทยจะทำได้ครบสมบูรณ์ก่อนใคร
การดำเนินการดังกล่าว แต่ละฟาร์ม แต่ละกลุ่ม หรือแต่ละภูมิภาคสามารถเลือกดำเนินการได้ตามความเหมาะสม ซึ่งอาจแตกต่างกันบ้าง เช่น การเลือกสายพันธุ์กุ้งระหว่างดำหรือขาว การเลือกรูปแบบการเลี้ยงว่าจะบาง ปานกลาง หรือ หนาแน่น การเลือกระบบการเลี้ยงระหว่างระบบปิดรายบ่อ กึ่งปิด หรือรีไซเคิล ภายใต้มาตรฐาน GAP หรือ COC ตลอดจนการเลือกวิธีการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างฟาร์มและโรงงานแปรรูปซึ่งปัจจุบัน ต่างก็ได้มีการเตรียมการหรือพัฒนาธุรกิจมาระดับหนึ่งแล้ว
ในขณะเดียวกัน วาระสัมมนา เรื่อง ฟาร์มกุ้งยุคก้าวหน้า สร้างคุณค่าตรวจสอบได้ ในครั้งนี้ จะมีการนำเสนอตัวอย่างโครงการพัฒนาตนเองของชาวกุ้งสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นข้อมูลสาธารณะแก่ชาวกุ้งโดยทั่วไปอีกด้วย ภายใต้ชื่อ โครงการกุ้งสุราษฎร์ (SSP = Suratthani Shrimp Program) ซึ่งได้รวมกลุ่มดำเนินการพัฒนากิจการเพาะเลี้ยงกุ้งภายใต้เป้าหมายการสร้าง ทั้งมูลค่า ภาพลักษณ์ และคุณค่า แก่อุตสาหกรรมกุ้งไทย มาระยะหนึ่งแล้ว โดยการปรับในทุกมิติพร้อมกัน ควบคู่การเป็นตัวอย่างกุ้งทุกบ่อเพื่อรองรับการตรวจสอบและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อโดยการรับรองการผลิตและคุณภาพผลผลิตที่ถูกต้องชัดเจน พร้อมการบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนกลับที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งเชื่อมั่นว่า ข้อมูลการสัมมนาในวาระ ฟาร์มกุ้งยุคก้าวหน้า สร้างคุณค่าตรวจสอบได้ ในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อเพื่อนชาวกุ้งไทยโดยรวมได้อย่างครบสมบูรณ์ ตามความตั้งใจของชาวชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานีที่ยินดีให้เป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อร่วมการพัฒนาพร้อมกันทั้งประเทศต่อไป อันจะเกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยโดยรวมในอนาคต
บทสรุป
ในยามที่ชาวอุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องรวมพลังเป็นหนึ่งเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกุ้งไทย ให้พร้อมตะลุยในทุกสถานการณ์ของธุรกิจกุ้งโลกเช่นนี้ หากเราร่วมกันจริงอย่างจริงใจ เราทำได้แน่นอน และเราสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้โดยส่วนรวม สามารถผ่านพ้นอุปสรรคใดๆในปี 2550 และเมื่อถึงวันสัมมนางานวันกุ้งไทยครั้งที่ 18 ในปี 2551 เชื่อมั่นว่า เราจะได้ร่วมภาคภูมิใจกับผลงานในมิติของ กุ้งไทย ยุคก้าวหน้า มีคุณค่า ตรวจสอบได้ อย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ
 
|