| ผู้ที่โพสต์ |
เก็บตกข้อมูลน่าสนจาก งานวันกุ้งไทยครั้งที่ 17 โดย ::: เอกอนันต์ ยุวเบญจพล |
thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 10/03/2007-13:30 GMT+7  
ผ่านไปด้วยดีกับงานวันกุ้งไทยครั้งที่17 งานกุ้งไทยนี้เขาจัดขึ้นทุกปีที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์2549
ทุกปีก็จะมีการมอบรางวัลกุ้งทองให้กับผู้ที่เป็นตัวอย่างที่ดีหรือมีผลงานที่ดีและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการกุ้งซึ่งในปีนี้มอบให้กับ คุณประยูร หงส์รัตน์ แห่ง สุรีรัตน์ฟาร์ม
ส่วน ในภาคการสัมมนาพบว่ามีหัวเรื่องและเนื้อเรื่องที่แตกต่างและที่ใกล้เคียงกับงานวันกุ้งจันท์ตะวันออกแฟร์ ซึ่งเคยได้สรุปให้ไปในหนังสือกุ้งไทยฉบับที่ผ่านมา ส่วนในฉบับนี้จะขอสรุปเนื้อเรื่องที่แตกต่างและที่น่าสนใจจากงานวันกุ้งไทยหนนี้แล้วกันครับ
เริ่มด้วยการนำเสนอข้อมูลของกรมประมงในเรื่อง นโยบายพัฒนากุ้งไทย ปี2550
ซึ่งจะมีการเพิ่มศักยภาพพื้นที่เลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์โดย
พัฒนานากุ้งร้างให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด โดยไม่เพิ่มพื้นที่ใหม่
สร้างสายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์กุ้งที่ดีเพื่อใช้ในประเทศ
โดยมีหน่วยผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งทะเลตามหลักพันธุศาสตร์ ดังนี้ ภูเก็ตผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ, ตรังผลิตพ่อแม่พันธุ์แชบ๊วย และฉะเชิงเทราผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาว
การเพิ่มศักยภาพการผลิต
ควบคุมและบำบัดสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อมการเลี้ยงกุ้ง เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้มีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง
ตรวจสอบและเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสในกุ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และยังเป็นการลด ข้อกีดกันทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ควบคุมคุณภาพผลผลิตและผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแหล่งเลี้ยง การปนเปื้อน และการเกิดโรคระบาด
การเพิ่มมูลค่าสินค้ากุ้ง
พัฒนาสินค้าปรุงแต่งให้มีความหลากหลายและเป็นไปตามความต้องการของผู้นำเข้า รวมทั้งสอดแทรกวัฒนธรรมของไทยเข้าไปในรูปแบบของการแปรรูปสินค้า
การเพิ่มศํกยภาพการตลาด
สร้างภาพลักษณ์สินค้ากุ้งในตลาดโลกและประเทศผู้นำเข้าผ่านระบบมุ่งเน้นคู่ค้าหลักและประเทศเป้าหมาย (Door to Door)
ขยายจุดกระจายสินค้า Distributor Center ในภูมิภาคคู่ค้าหลัก
สร้างระบบการเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด รวมทั้งสร้างระบบเจรจาการค้าที่มีประสิทธิภาพ
สร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศผู้นำเข้าผ่านการจัดระบบ Traceability
นอกจากเรื่องการเพิ่มศักยภาพฯแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่กรมประมงได้สื่อกับเกษตรกรในงานกุ้งไทยคือ
ข้อกำหนดมาตรฐานกับกระบวนการผลิตกุ้ง (กรมประมง)ถือว่าเป็นการนำมาย้ำให้เราได้ตระหนักตรงจุดนี้ว่าผู้เกี่ยวข้องทุกขบวนการผลิตกุ้งไทยควรปฏิบัติตัวอย่างไร
เนื่องจากกุ้งที่ผลิตนั้นมีเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยมีผลผลิตการส่งออกประมาณปีละ 520,000 ตันต่อปี ( ปี 2549 )(อ้างอิงจาก สมาคมกุ้งไทย)
-ธุรกิจการส่งออกกุ้งทะเลของไทย ต้องประสบปัญหาสารปฏิชีวนะตกค้าง
ในเนื้อกุ้งทะเล สารปฏิชีวนะตกค้างนั้นได้แก่สารในกลุ่มคลอแรมฟินิคอลและไนโตรฟูแรน
ซึ่งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปห้ามใช้กับสัตว์เลี้ยงเพื่อการบริโภคอย่างเด็ดขาด(ย้ำห้ามใช้ยาพวกนี้โดยเด็ดขาด)
-ประเทศไทย เป็นประเทศผู้นำประเทศหนึ่งในการส่งออกกุ้งทะเล โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกประมาณ 30%
-กรมประมง ในฐานะหน่วยงานหลักในการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เสนอต่อกลุ่มสหภาพยุโรป พร้อมกับเสนอของบประมาณฉุกเฉินจากรัฐบาล ภายใต้โครงการตรวจสอบติดตามป้องกันยาปฏิชีวนะตกค้างในการผลผลิตกุ้ง
-การแก้ไขปัญหาของกรมประมงคือ กรมประมงจะนำนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาปฏิบัติ คือ สร้างความมั่นคงให้ผู้ผลิต สร้างคุณภาพชีวิตแก่ผู้บริโภค ดังนั้นทุกส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องดำเนินการให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรทุกชนิดให้มีคุณภาพถูกสุขอนามัย ปราศจากสารพิษและ สารปฏิชีวนะตกค้าง นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนนโยบาย Food Safety Year ของรัฐบาลในปี 2547 อีกด้วย
-การจัดทำระบบตรวจสอบได้ ดำเนินการภายใต้ความช่วยเหลือด้านวิชาการจากกระทรวงเกษตรและประมงของรัฐบาลฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบัน
-ซึ่งกรมประมงสามารถพัฒนาระบบตรวจสอบสำหรับโรงเพาะฟัก ฟาร์มกุ้ง ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ซื้อ-ผู้ขายกุ้ง และโรงงานแปรรูปได้ทั้งระบบ เพื่อให้สามารถออกใบรับรองและตรารับรองคุณภาพกุ้ง CoC(ซีโอซี) หรือกุ้งคุณภาพนั้นเอง
กระบวนการผลิตกุ้งคุณภาพตลอดสายการผลิตตามมาตรฐาน CoC(ซีโอซี) เป็น การผลิตกุ้งคุณภาพ ที่มีกระบวนการผลิตกุ้งที่ได้มาตรฐานซีโอซี ตลอดสายการผลิต โดย แบ่งเป็นต้นสายการผลิต และปลายสายการผลิต (ดังรูป)
-ส่วนต้นสายการผลิตได้แก่ โรงเพาะฟัก ฟาร์มเลี้ยง โรงงานผลิตอาหารและปัจจัย ผู้ซื้อ-ผู้ขาย
-ส่วนปลายสายการผลิต คือ โรงงานแปรรูปและห้องเย็น
 โรงเพาะฟัก
ต้องมีการผลิตลูกกุ้งให้มีคุณภาพ เริ่มจากการเลือกใช้ พ่อแม่กุ้งที่มีคุณภาพ ผ่านการตรวจสุขภาพ และการตรวจโรคจากกรมประมง
นอกจากนี้กรมประมงส่งเสริมโรงเพาะฟักลูกกุ้งให้มีมาตรฐานสองระดับคือ
เป็นโรงเพาะฟักมาตรฐาน จีเอพี GAP มีข้อกำหนด 7 ข้อ
เป็นโรงเพาะฟักมาตรฐาน ซีโอซี CoC มีข้อกำหนด 10 ข้อ
หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ 1. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง 2. สำนักงานประมงจังหวัด
ฟาร์มเลี้ยง
ต้องมีการเลี้ยงกุ้งให้ได้ผลผลิต และมีคุณภาพ ต้องเลือกใช้ลูกกุ้งพันธุ์ดี มีการจัดระบบการเลี้ยงแบบยั่งยืน ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
กรมประมงส่งเสริมให้เป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่มีมาตรฐานสองระดับคือ
เป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งมาตรฐานจีเอพี GAP มีข้อกำหนด 7 ข้อ
และพัฒนาเป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งมาตรฐาน ซีโอซีCoC มีข้อกำหนด 11 ข้อ
หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ 1. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง 2. สำนักงานประมงจังหวัด
โรงงานผลิตอาหารกุ้งและปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำ
อาหารกุ้ง เป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งของการเพาะเลี้ยงกุ้ง
อาหารกุ้งที่ดีต้องมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน และกระบวนการผลิตต้อง
ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GMP (Good Management Practice)
ควบคุมตรวจสอบให้โรงงานผลิตอาหารเพื่อใช้ในการเลี้ยงกุ้งทะเลมีมาตรฐาน GMP ให้โรงงานปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
กรมประมงออกเอกสารหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐาน อาหารกุ้งทะเล
ตรวจหาสารปฏิชีวนะในปัจจัยการผลิตและมอบ Screening Test Kit แก่เกษตรกร เพื่อตรวจปัจจัยการผลิตด้วยตัวเองก่อนใช้
หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ 1. สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง 2. สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำจืด และ 3.สำนักงานประมงจังหวัด
ผู้ซื้ อ-ผู้ขาย
เป็นตัวแทนรับซื้อกุ้งจากฟาร์มเลี้ยงไปขายยังโรงงานแปรรูป มีแผนการจับและจำหน่าย ตลอดจนการลำเลียงขนส่งที่ต้องใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด และต้องใช้น้ำแข็งและภาชนะบรรจุที่สะอาด เพื่อคงความสด สะอาดของผลผลิตกุ้ง จากฟาร์มจนถึงโรงงานห้องเย็นเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย มีมาตรฐานดังนี้
1.หลักการการประเมินมาตรฐานสุขลักษณะการปฏิบัติงานในการขนถ่ายและซื้อขายสัตว์น้ำ(กุ้ง) ณ ตลาดกลาง
2.หลักการการประเมินมาตรฐานสุขลักษณะการปฏิบัติขั้นตอนภายหลังการจับกุ้ง
หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ
โรงงานแปรรูปและห้องเย็น
เป็นส่วนสำคัญลำดับสุดท้ายก่อนสินค้าอาหารกุ้งจะถึงมือผู้บริโภค
โรงงานแปรรูปต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามมาตรฐาน HACCP และ GMP
ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการจัดสุขอนามัยผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ พ.ศ. 2545
ระเบียบกรมประมงว่าด้วยการขอใบรับรองโรงงานหรือผู้แปรรูปกุ้งทะเล
หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ กองตรวจสอบรับรองมาตรฐานคุณภาพสัตว์น้ำ และ ผลิตภัณฑ์ประมง
ลองมาทบทวนแบบย่อกับ มาตรฐาน ซีโอซี (Code of Conduct) และ จีเอพี (Good Aquaculture Practice) สำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
Code of Conduct (CoC) เป็นมาตรฐานการจัดระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลอย่างยั่งยืนตลอดสายการผลิต จากฟาร์มถึงโรงงานแปรรูป เพื่อพัฒนาให้ได้กุ้งคุณภาพ มีความสะอาด มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Good Aquaculture Practice (GAP) เป็นมาตรฐานการผลิตกุ้งทะเลให้มีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภคทำให้ถูกสุขลักษณะที่ดีของฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล ป้องกันการใช้ยาและสารเคมี และไม่ให้มีสารตกค้างในเนื้อกุ้ง
มาตรฐาน ซีโอซี
การตรวจประเมินโรงเพาะฟัก และ ฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล
1. การเลือกสถานที่
- เป็นพื้นที่ถูกกฎหมายมีเอกสารสิทธิ์
- มีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และอยู่ไกลแหล่งมลพิษ
2. การจัดการ การเลี้ยงทั่วไป
- มีการวางผังฟาร์ม และมีการวางระบบป้องกันปัญหาน้ำเสีย เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด
- มีการวางแผนการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ
มีการจัดสุขอนามัยที่สะอาดและปลอดภัย
3. ความหนาแน่นในการปล่อยกุ้งลงเลี้ยง
- มีการตรวจสุขภาพ ความแข็งแรงก่อนปล่อย
- ปล่อยกุ้งความหนาแน่นไม่เกิน 80,000 ตัว/ไร่
4. อาหารและการให้อาหาร
- เลือกใช้อาหารที่มีคุณภาพสดใหม่ ไม่ควรเก็บไว้นาน
- มีการจดบันทึกการให้อาหารประจำวัน อย่างละเอียด
5. การจัดการสุขภาพกุ้ง
- ตรวจสุขภาพกุ้งควบคู่กับการตรวจคุณภาพน้ำเป็นประจำ
- งดใช้ยาและสารเคมีก่อนจับโดยมั่นใจว่า ต้องไม่พบยาและสารเคมีตกค้างในตัวกุ้ง
- มีมาตรการป้องกันโรคและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
6. ยาและสารเคมี
- ใช้ยาให้ถูกวิธี ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้
- มีการจดบันทึก การใช้ยาและสารเคมีอย่างละเอียด
- ยาและสารเคมีที่ได้รับการอนุญาตจากกรมประมง
7. น้ำทิ้งและตะกอนเลน
- ต้องอยู่ภายในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดของกรมประมง และไม่
เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
- ขยะและสิ่งปฏิกูล มีการกำจัดอย่างถูกวิธี มีระบบสาธารณสุข
สำหรับเจ้าหน้าที่ภายในฟาร์ม
8. การจับและจำหน่าย
- มีการวางแผนและทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความสด
- มีการตรวจสารเคมีตกค้างในเนื้อกุ้งก่อนจับ
- การจับต้องป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้สารเคมีช่วยในการจับ
9. ความรับผิดชอบต่อสังคม
- พิจารณาจ้างแรงงานในท้องถิ่น มีสวัสดิการต่อแรงงาน
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนท้องถิ่น
10. การรวมกลุ่มและการฝึกอบรม
- ต้องมีการรวมกลุ่ม แลกเปลี่ยนข้อมูลการเลี้ยง มีการอบรมด้านวิชาการและการจัดการฟาร์ม
- มีการฝึกอบรมด้านกฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมด้านคุณธรรม และสังคมต่อสิ่งแวดล้อม
11. ระบบการเก็บข้อมูล
- ต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ดี เพื่อนำมาใช้แก้ไขปรับปรุงผลผลิต ในรุ่นต่อไปได้
ฟาร์มและโรงเพาะฟักที่มีระบบการเลี้ยงตามแนวทางซีโอซีจะได้รับใบรับรองมาตรฐานฟาร์มซีโอซี มีอายุการรับรอง 6 เดือน หรือ 1 ปี หรือ 2 ปี และมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดเข้าตรวจสอบมาตรฐานฟาร์มปีละ 2 ครั้ง
มาตรฐาน จีเอพี
การตรวจประเมินโรงเพาะฟักและฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล
เกณฑ์ตรวจประเมินมี 7ข้อ
1. การเลือกสถานที่
- อยู่ในเขตที่อนุญาตให้เลี้ยง
- มีการคมนาคมสะดวก มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
- อยู่ใกล้แหล่งน้ำคุณภาพดี ไม่อยู่ในอิทธิพลของแหล่ง
กำเนิดมลภาวะ
2. การจัดการเลี้ยงทั่วไป
- โรงเรือนสามารถใช้งานได้ดี
- มีการวางผังโรงเพาะฟัก/ฟาร์ม
- มีการเตรียมน้ำที่ดี และเพียงพอ ต่อการเพาะฟักอนุบาล
- มีการทำความสะอาดบ่อ, อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
- มีการตรวจสุขภาพ ของพ่อแม่พันธุ์ และนอร์เพลียส
ก่อนนำมาเพาะเลี้ยง
- มีการตรวจคุณภาพน้ำ อย่างสม่ำเสมอ
และใช้ประกอบในการจัดการโรงเพาะฟัก
- มีการปล่อยกุ้งที่มีคุณภาพดี
- มีการติดตั้งเครื่องให้อากาศอย่างเพียงพอและเหมาะสม
- มีการจัดการรักษาคุณภาพน้ำและดินที่ดี
3. การจัดการอาหาร และปัจจัยการผลิตกุ้ง
- อาหารต้องขึ้นทะเบียน
- วิธีการเตรียม และให้อาหาร มีประสิทธิภาพ
- วิธีการผลิตอาหารมีชีวิต ถูกต้องตามความต้องการของลูกกุ้ง
- ปัจจัยการผลิต : วิตามิน อาหารเสริม ต้องจดทะเบียน
4. การจัดการสุขภาพ และการแก้ไข ปัญหาโรคระบาด
- มีการเฝ้าระวังสุขภาพลูกกุ้งประจำวัน
- ใช้ยาปฏิชีวนะ ที่ได้รับอนุญาตจากกรมประมง
5. สุขอนามัยโรงเพาะฟักและอนุบาลและฟาร์ม
- สะอาด ขยะและสิ่งปฏิกูลมีการทิ้งและกำจัดอย่างถูกวิธี
- สถานที่เก็บอาหาร และอุปกรณ์เป็นสัดส่วน และไม่เป็นแหล่ง
ที่อยู่ ของพาหะนำโรค
- ห้องสุขาถูกหลักอนามัย ไม่ไหลซึมเข้าสู่ระบบโรงเพาะฟักและฟาร์ม
- น้ำที่ใช้เพาะเลี้ยงมีปริมาณแบคทีเรีย ไม่เกินค่าที่กำหนดไว้
(100 MPN /100 ml)
6. การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการขนส่ง
- มีการวางแผนการจับ
- ปรับสภาพลูกกุ้งก่อนจำหน่าย
- ขนส่งลูกกุ้งอย่างมีประสิทธิภาพ
- มีเอกสารกำกับการขนย้ายลูกกุ้ง (FMD)
- กุ้งใหญ่ต้องวางแผนการจับและจำหน่ายเน้นความสดและสะอาด
- มีรายงานผลการสุ่มตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างใน ผลผลิตกุ้ง
- มีใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ (MD)
7. มีการจดบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
ฟาร์มและโรงเพาะฟักที่มีระบบการเลี้ยงตามแนวทางจีเอพีจะได้รับใบรับรองมาตรฐานฟาร์มจีเอพี มีอายุการรับรอง 2 ปี และมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดเข้าตรวจสอบมาตรฐานฟาร์มปีละ 2 ครั้ง
ผลการดำเนินงานของกรมประมง
 ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พอมองเห็นว่ามีฟาร์มกุ้งเข้าปรับมาตรฐานและได้รับการรับรองจากกรมประมงเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบจีเอพีหรือแบบซีโอซีก็ตาม ดังนั้นหากจะทำสินค้าหรือ ผลิตกุ้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกตลาด เกษตรกรไทยก็ต้องยึดหลักคือได้การรับรองมาตรฐานแล้วก้อต้องทำตัวให้เหมาะสมกับการรับรองที่ได้มา
จบจากเรื่องของกรมประมงที่เกษตรกรต้องปฏิบัติแล้ว ต่อด้วย อุตสาหกรรมกุ้งไทย ปี 2550 ซึ่งส่วนที่จะนำเสนอเป็นส่วนของความคิดเห็นของนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย คุณพจน์ อร่ามวัฒนานนท์
ผลผลิตและความต้องการบริโภคกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งและกุ้งแปรรูป
การผลิต
ไทยมีประเทศคู่แข่ง อาทิเช่น จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย เอกวาดอร์ ประเทศในอนานิคมเดิมของสหภาพยุโรป
ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี
การบริโภค
มีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อทดแทนสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ที่มีปัญหาด้านสุขอนามัย เช่น โรควัวบ้า ไข้หวัดนก ทำให้ประเทศผู้นำเข้าเข้มงวดในด้าน Food Safety (อาหารปลอดภัย)
 แนวโน้มและสถานการณ์ในอนาคต
เนื่องจากภาวะเศรฐกิจในตลาดหลักมีอัตราการเติบโตลดลง
ทำให้ผู้บริโภคพิจารณาสินค้ามากขึ้น ในด้านราคา ปริมาณ และคุณภาพ
ผู้ส่งออกและผู้เลี้ยงจึงต้องปรับตัวตามสถานการณ์และติดตามสถานกาณ์ของประเทศคู่แข่ง
เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเลี้ยงและการผลิต
รักษาตลาดหลัก และมุ่งหาตลาดใหม่
สถานการณ์ในตลาดหลัก
ตลาด สหรัฐอเมริกา
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน สัดส่วน 58% ของการส่งออกกุ้งสด และกุ้งแปรรูป
ปัญหาการส่งออก - ค่าเงินดอลล่าร์อ่อน -ภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด(Anti dumpling)
โอกาสของผู้ส่งออก
-พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตามเศรษฐกิจ
ตลาด ญี่ปุ่น
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน สัดส่วน 15.5% ของการส่งออกกุ้งสด และกุ้งแปรรูป
ปัญหาการส่งออก
- เศรษฐกิจเติบโตในอัตราถดถอย และค่าเงินอ่อนตามดอลล่าร์
- ผู้บริโภครุ่นใหม่นิยมสินค้า Modern
โอกาสของผู้ส่งออก
- การตรวจพบสารตกค้างของประเทศ คู่แข่ง เช่น จีน เวียดนาม
ตลาด สหภาพยุโรป
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน
สัดส่วน 4.86% ของการส่งออกกุ้งสดและกุ้งแปรรูป
ปัญหาการส่งออก
- สารตกค้าง
- ลักษณะของการผลิตเป็น Glazed weight
โอกาสของผู้ส่งออก
- เน้นผลิตสินค้าเฉพาะตามความต้องการ และควรมีส่วนแบ่งในตลาด 10% ของยอดส่งออกจึงจะ
สามารถรักษาตลาดไว้ได้ เช่น กุ้งกุลาดำ ขนาด ใหญ่
ตลาด ออสเตรเลีย
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน สัดส่วน 5.16% ของการส่งออกกุ้งสดและกุ้งแปรรูป
ปัญหาการส่งออก
- เรื่อง Import Risk Analysis
ปลอดโรคไวรัส 4 ชนิดและแบคทีเรีย 1 ชนิด
อุณหภูมิกุ้งต้ม 85 องศาเซลเซียส
- กุ้งขาวราคาถูกกว่าภายในประเทศออสเตรเลีย
โอกาสของผู้ส่งออก
- ผลิตสินค้าเฉพาะตามความต้องการ และควรมี ส่วนแบ่งในตลาด 10% ของยอดส่งออกจึงจะ
สามารถรักษาตลาดไว้ได้ เช่น กุ้งกุลาดำ ขนาด ใหญ่
ตลาด แคนาดา
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน สัดส่วน 5.13% ของการส่งออกกุ้งสดและกุ้งแปรรูป
โอกาสผู้ส่งออกในการเพิ่มสัดส่วนไปยังตลาดที่โตขึ้นเรื่อยๆ
ตลาด เกาหลี
ปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน สัดส่วน 4.14% ของการส่งออกกุ้งสดและกุ้งแปรรูป
โอกาสผู้ส่งออกในการเพิ่มสัดส่วนไปยังตลาดที่โตขึ้นเรื่อยๆ
ตลาด ตะวันออกกลาง
เนื่องจากปัญหามาตรการกีดกันต่างๆ ทำให้ไทยเริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ ที่มี ศักยภาพในการบริโภคเพิ่มขึ้น อาทิ
เช่น ตั้งแต่ปี 2546 เริ่มส่งสินค้าไปยัง ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง โดยในปี 2549 มีปริมาณการส่งออกใน
สัดส่วน 0.40% ของการส่งออกกุ้งสด และกุ้งแปรรูป
ปัญหา -กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องศึกษาอย่างระมัดระวัง เช่น กฏหมายฮาลาล
ปัญหาและอุปสรรค
1.ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภายในประเทศทำให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง
การลดลงของการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของประเทศไทย
จำนวนฟาร์มที่มีมาตรฐาน CoC/ GAP ไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนการส่งออก ซึ่งผู้บริโภคเรียกร้องสินค้าที่ปลอดสารตกค้างและมีระบบสืบย้อนกลับ
ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง
2.ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเศรษฐกิจของประเทศ
ผู้นำข้า สร้างมาตรการกีดกันต่างๆ โดยการกำหนดเงื่อนไขในการนำเข้า เช่น
- ด้านสุขอนามัย เช่น IRA ยาปฏิชีวนะตกค้าง
- ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ACC EUREPGAP
- ด้าน Tariff เช่น การฟ้องทุ่มตลาด
การปรับตัวเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก
ทำ Contract Farming
พัฒนาระบบคุณภาพและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่
สร้างกุ้งคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก
สร้าง Thailand Brand
พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
รักษาความเป็นผู้นำและส่วนแบ่งตลาด
หาตลาดใหม่เพิ่ม
ในงานกุ้งครั้งนี้ยังได้เชิญ ดร.ทิมโมที วิลเลียม เฟลเกล ให้มาบรรยายในหัวเรื่องที่น่าสนใจมากๆคือ จับตามองโรคใหม่ในกุ้ง
เริ่มด้วยการที่ดร.ทิม ได้นำเสนอให้ นักวิชาการและบุคคลทั่วไปได้กลับไปใช้ชื่อวิทยาศาสตร์กุ้ง แบบเดิม โดยใช้เรียกชื่อจีนัส(Genus )ของกุ้งนั้นๆนำหน้า โดยมีการอธิบายว่าการเปลี่ยนชื่อวิทยาศาสตร์ของกุ้งเมื่อปี 1997 นั้นไม่เหมาะสม สามารถเปิดดูรายละเอียดได้ที่www.sciencedirect.com โดยค้นหาในหัวเรื่อง The right to refuse revision in the genus Penaeus
(สรุปอย่างย่อคือ ให้ใช้การเรียกชื่อวิทยาศาสตร์กุ้ง Penaeus เหมือนเดิมไม่ต้องใช้ชื่อ Sub Genus เช่น สมัยก่อนกุ้งขาวแปซิฟิกเราเรียกว่า Penaeus vannamei พอปัจจุบันคนหันไปเรียกว่า Litopenaeus vannamei ซึ่งดร.ทิม ได้นำเสนอเหตุผลสนับสนุนต่างๆว่าควรที่จะกลับไปใช้การเรียกแบบเดิม คือ Penaeus vannamei เป็นต้น
โรคกุ้งขาวที่สำคัญที่สุด คือ
ไวรัสตัวแดงดวงขาว (White spot syndrome virus, WSSV) และไวรัสหัวเหลือง (Yellow head virus, YHV)
ยังคงเป็นปัญหาหลักของทั้งกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำ
ทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงโรคคือการใช้ลูกกุ้ง SPF
ควรเช็คที่มาของพ่อแม่พันธุ์ที่ Suppliers ใช้ผลิตลูกกุ้ง
ควรตรวจสอบยืนยันทางอีเมล์ด้วย
การกำจัดพาหะนำโรคเป็นสิ่งสำคัญ
การใช้กุ้งปลอดเชื้อ SPF อย่างเดียวไม่พอ
ต้องระวังสัตว์น้ำที่อาจเป็นพาหะของโรค เข้ามาในบ่อเลี้ยง
ต้องเตรียมบ่ออย่างถูกวิธี มีระบบจัดการบ่อที่ดี และการตรวจสอบสม่ำเสมอเพื่อป้องกันพาหะนำโรค
โรคสำคัญในกุ้งขาว (IHHNV,TSV,IMNV,LvNV, Bamboo shrimp)
IHHNV พบได้บ่อยในประเทศไทย แต่ไม่สร้างปัญหากับกุ้งกุลาดำ ส่วนกุ้งขาวสามารถติดไวรัสนี้ได้จากพาหะ
TSV เข้ามาประเทศไทยจากทางอเมริกา หรือประเทศจีนโดยการลักลอบนำเข้ากุ้งอย่างผิดกฎหมาย
IMNV พบการระบาดแล้วในประเทศอินโดนีเชีย แต่ยังไม่พบในไทย
LvNV ยังไม่พบในแถบภูมิภาคเอเชีย
Bamboo shrimp ปัญหาใหม่แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ
เอาละมาไล่ล่าไวรัสทีละตัวกัน
ไวรัสทอร่าTaura Syndrome Virus (TSV) การระบาดในไทย
อาการกุ้งจะมีขอบแพนหางจะแดงมาก ตัวเป็นแผล มีปื้นดำ
บางครั้งติดมากับลูกกุ้งที่เข้าใจว่าเป็น SPF แต่ความจริงไม่ใช่ SPF
หรือเกิดจากลูกกุ้ง SPF ที่ได้รับเชื้อไวรัสจากพาหะที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
Centex Shrimp กำลังทำการทดสอบสัตว์น้ำที่อาจเป็นพาหะของไวรัสทอร่า และพบว่าปุแสม ปูก้ามดาบ กุ้งฝอย กุ้งกะต่อมล้วนเป็นพาหะของโรคนี้ได้ ดังตาราง
 ไวรัส IMNV (Infectious myonecrosis virus) เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส
ยังไม่ยืนยันว่าพบการระบาดในไทย
พบการระบาดครั้งแรกในกุ้งขาว ที่ประเทศบราซิลเมื่อปี 2002 (Lightner et al. 2004. Glob Aquac Advocate 7: 85)
กุ้งค่อยๆทยอยตายตลอดการเลี้ยง
ผลรวมกุ้งตายเป็น 70%
เชื้อไวรัสมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 นาโนเมตร เป็นไวรัสไม่มีเปลือกหุ้ม มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอสายคู่ (Poulos et al. 2006. J Gen Virol 87: 987-996)
สารพันธุกรรมมีขนาด 7650 คู่เบส (GenBank AY570982)
จัดอยู่ในวงศ์ Totiviridae ใกล้สกุล Giardiavirus
ตรวจสอบได้ด้วยชุดตรวจ IQ2000 RT-PCR detection kit
อาการกล้ามเนื้อขาวขุ่น แล้วตาย
(ขอเพิ่มเติมข้อมูลของ IMNVจากงานWAS คือนอกจากกล้ามเนื้อกุ้งจะขาวขุ่นแล้ว บางตัวกล้ามเนื้อปล้องสุดท้ายและส่วนหางจะมีสีแดง)
มีการพบโรค IMNV ที่อินโดนีเซีย
ช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน ปี 2006 เราได้รับตัวอย่างกุ้งขาว 4 ตัวที่สงสัยว่าติดไวรัส IMNV จากฟาร์มในอินโดนีเชีย
เมื่อใช้ชุดตรวจ IQ2000 พบว่ากุ้ง 1 ตัวติดไวรัส IMNV
ดีเอ็นเอที่ได้จากวิธี RT-PCR มีความเหมือนกับไวรัส IMNV ที่รายงานไว้ใน GenBank ถึง 99.7%
ได้ทำการแยกชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของไวรัสและนำมาศึกษา
พบว่ารหัสทางพันธุกรรมมีความเหมือนกับไวรัส IMNV ที่พบในบราซิลถึง 99.6%
สันนิษฐานว่ามาจากพ่อแม่พันธุ์ที่ลักลอบนำเข้ามาจากบราซิล
โรคจากไวรัส LvNV (Litopenaeus vannamei nodavirus )
ซึ่งโรคนี้ยังไม่มีรายงานการระบาดหรือพบในไทย
พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศ Belize ในปี 2004
โดยมีอาการคล้ายกับโรคที่เกิดจากไวรัส IMNV แต่ผลตรวจเป็นลบเมื่อใช้วิธี RT-PCR
Bamboo Shrimp กุ้งคดงอ
ผลตรวจเป็นลบกับไวรัสทุกชนิด
พบได้บ่อยในประเทศไทย และอินโดนีเชีย
มีอาการคล้ายติดไวรัส IHHNV แต่กุ้งโตปกติ และกรีไม่งอ
ผลตรวจเป็นลบกับไวรัส IHHNV, LSNV และ TGAV
อาจเกิดจากไวรัสชนิดใหม่
แบคทีเรีย NHPB
(Nectotizing hepatopanceatitis bacterium)
มีอาการตับเล็กมากผิดปกติ (Lightner 1996)
ไม่ทราบข้อมูลทางชีววิทยาของเชื้อ หรือพาหะของโรค จึงไม่สามารถหาวิธีควบคุมได้
มีวิธีการตรวจแบบ PCR (Brinez et al. 2003. Dis Aquat Org 55:69-72) และ in situ hybridization (Loy et al. 1996. Appl Environ Microbiol 62:3439-3445)
สามารถตรวจสอบด้วยชุดตรวจ IQ2000 PCR test kit
สำหรับกุ้งกุลาดำ
ดร.ทิมได้ชี้ประเด็นของการที่กุ้งกุลาดำโตช้า ว่าเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
ติดเชื้อไวรัส Monodon slow growth syndrome (MSGS)
หรือ ติดเชื้อใหม่ชื่อ ไวรัสแหลมสิงห์ (Laem Singh Virus, LSNV)
ซึ่งยังมีการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่ทำให้กุ้งกุลาดำโตช้าต่อไป.
ขอทิ้งไว้เพียงเท่านี้ก่อนสำหรับการสรุปข้อมูลสำคัญจากงานกุ้งไทย ไว้ฉบับหน้าค่อยมาต่อกับเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงแต่มีความน่าสนใจเช่นกันในสองงานกุ้งที่ผ่านไปไม่ว่ากุ้งตะวันออกแฟร์หรือ กุ้งไทย ก็ตามครับ
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
ฝ่ายวิชาการบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด
 
|
ทำดีได้ดี
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
วันนี้เครียดกันมั้ย เล่นบอร์ดแล้วยังเครียด มาเล่นเกมส์แก้เครียดกัน ไปลุยกันเลย :)
โพสต์เมื่อ: 10/04/2007-17:21 GMT+7  
เนื้อหาโอเคเลย ทำได้ไงหว่า
 
|
qr6442le0p
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 16/03/2008-12:55 GMT+7  
6lv8yyy3py xg67tv29xwfqj6 g1qylctc
 
|
rr8urqbhi8
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 20/03/2008-20:15 GMT+7  
smayxjai t2gdaou958fx kd5un5cp34bl
 
|
qnp73n7lc7
[ไม่ได้ลงทะเบียน] |
โพสต์เมื่อ: 20/03/2008-20:15 GMT+7  
vhh9akujz xmbrdiimifredxr ipuc71mfuxqzsq
 
|
b7xok1zlcb
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 21/03/2008-15:27 GMT+7  
mxzurklnapy2 u9pbhwdkney7 2phuy63sngjfma
 
|
zbhx2ei44j
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 22/03/2008-01:33 GMT+7  
l21xjyazx3ecgcgtj npfuhz0cgna0is28 2txfi384x2abwc9g
 
|
x15ndz4uq0
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 22/03/2008-08:32 GMT+7  
rjehpyh72p0 uss1ye38kw2h q4ryur8dxu2a
 
|
zcyg2r042g
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 24/03/2008-01:08 GMT+7  
5smtm0wd p8usabpz407wc g66l2tjlxeh
 
|
5gfr7ar8e0
[ไม่ได้ลงทะเบียน] | โพสต์เมื่อ: 24/03/2008-13:51 GMT+7  
2j5w37ydlc72g3f3h vmczcid5lisxj j2xxqo540
 
|