thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 04/06/2007-15:00 GMT+7  
1. แหล่งเลี้ยงบริเวณคลองท่าปูน
- ได้รับอิทธิพลสะสมกรดจากน้ำพุร้อน ซึ่งมีสภาพกรดจากกำมะถัน (S)
- สภาพดิน ตะกอนปนทรายละเอียด พี.เอช. ต่ำ อัตราส่วนดินเหนียวต่ำ
- สภาพน้ำ เป็นทางระบายน้ำฝน และน้ำพุร้อน พี.เอช.จะต่ำ แร่ธาตุในน้ำน้อยกว่าปกติ คุณภาพน้ำในแต่ละรอบการเลี้ยงจะแกว่งตามความถี่ของปริมาณฝน ลักษณะน้ำเช่นนี้ ยิ่งถ่ายน้ำมาก กุ้งยิ่งเครียด
- มีความเสี่ยงจากสารประกอบศัตรูพืช และยาฆ่าแมลงจากแปลงเกษตร (ปาล์ม, ยางพารา,นาข้าว) โดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูฝน
2. แนวทางการเลี้ยงกุ้ง บริเวณคลองท่าปูน
- เน้นการเลี้ยงกุ้งระบบปิดรายบ่อ โดย
- ใช้แร่ธาตุบำรุงดิน (ก่อนการเตรียมน้ำ) ตามความจำเป็น
- ใช้ปูน และแร่ธาตุ ปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมก่อนการปล่อยกุ้งลงเลี้ยง
- ใช้วิธีการให้อาหารพอเหมาะ ระดับ 80-90% ที่กุ้งกินจริง เพื่อป้องกันไม่ให้คุณภาพน้ำเสื่อมเร็ว และเพื่อลดความเสี่ยงจากการถ่ายน้ำ (การถ่ายน้ำ กุ้งอาจเครียด ชะงักการเติบโต และเสี่ยงต่อการป่วยเสียหาย)
- เติมน้ำระหว่างการเลี้ยง ครั้งละน้อย เท่าที่จำเป็น และปรับคุณภาพน้ำทุกครั้งหลังเติมน้ำ (วัดคุณภาพน้ำ ทั้ง พี.เอช.และแร่ธาตุในน้ำ ก่อนใช้วัสดุปูนและแร่ ธาตุ)
- ปริมาณกุ้งที่ปล่อยลงเลี้ยง ไม่เกิน 100,000 ตัว/ไร่ ถ้ากุ้งติดเกิน (มีอัตรารอด 1 เดือน
แรกสูงกว่า 70 %) ต้องมีการย้ายแบ่งเป็น 2 บ่อ หรือจับออกบางส่วน เพื่อให้กุ้งที่เหลือ
โตต่อไปได้ถึงขนาดใหญ่ตามเป้าหมาย
- เน้นการบริหารออกซิเจนในน้ำให้สูงกว่า 4.0 อยู่เสมอ โดยการบริหารการใช้ อุปกรณ์ตีน้ำ โดยดูที่ขนาดกุ้ง, ปริมาณแสงแดดในแต่ละวัน ( ซึ่งมีผลต่อการผลิตออกซิเจนของแพลงค์ตอน ) ทั้งนี้ต้องดูความหนืดของน้ำเป็นเกณฑ์ประกอบการเร่งหรือเพิ่มการตีน้ำด้วย (ถ้าน้ำหนืด ต้องให้ออกซิเจนในน้ำสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะ ในช่วง 20.00 ถึง 8.00 ของวันถัดไป)
วิธีการเลี้ยง ตามลำดับ ดังนี้
1. การเตรียมบ่อเลี้ยง
- เคลียร์บ่อเลี้ยง ให้ปลอดสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค (กุ้งและปูธรรมชาติทุกชนิด) ปลอดศัตรู (ปลาที่กินลูกกุ้ง และตัวอ่อนแมลงปอ) ปลอดตัวแย่งอาหารและยึดครองพื้นที่ (ปลาขนาดเล็กและหอยทุกชนิดซึ่งถ้ามีก็ให้น้อยที่สุด)
- กำจัดพาหะ และศัตรูกุ้งที่ค้างพื้นบ่อด้วยคลอรีนในบริเวณชื้นแฉะ
- ปิดประตูมิดชิด ไม่ให้น้ำซึมเข้าบ่ออย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเชื้อก่อโรคที่ปนเปื้อนมากับน้ำ
2. การเตรียมน้ำ
- กรองน้ำเข้าบ่อพัก ด้วยผ้ากรอง 4 ชั้น ถ้ากรองหลุดหรือรั่ว หรือไม่ได้กรองน้ำที่เข้าบ่อพัก ต้องใช้สารกำจัดพาหะหลังน้ำเข้าบ่อพักและพักน้ำเกิน 7 วัน (หน้าร้อน) หรือ 10 วัน (หน้าฝน, หนาว)
- กรองน้ำเข้าบ่อเลี้ยง ด้วยผ้ากรอง 4 ชั้น และต้องไม่ให้กรองรั่วหรือหลุดจากปลายท่ออย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคหรือศัตรูกุ้ง (เป็นการป้องกันโรคในภาวะเสี่ยงได้เป็นอย่างดี)
- ถ้ามีความเสี่ยง (เช่น มีข่าวกุ้งเสียหายในฟาร์มร่วมแหล่งน้ำ) ต้องใช้สารกำจัดพาหะนำโรค และกำจัดปลาซ้ำในบ่อเลี้ยงอีกครั้งก่อนทำสีน้ำ
- ทำสีน้ำ ด้วยรำละเอียด หรืออาหารเบอร์ 1 หมัก 12 ชม.ก่อนใส่ในบ่อและเติมจุลินทรีย์ พร้อมการลากโซ่ช่วยในการทำสีน้ำและเคลียร์ผิวพื้นบ่อก่อนถึงระยะปล่อยลูกกุ้ง
3. การปล่อยกุ้ง
- ตรวจวัดคุณภาพน้ำ (พี.เอช. , แร่ธาตุ, ความเค็ม) เพื่อปรับให้เหมาะสมสำหรับลูกกุ้ง แล้วแจ้งไปยังฟาร์มเพาะฟัก (สารินแฮชเชอรี่)
- ใช้ลูกกุ้ง ที่ พี.12 ขึ้นไป (เป้าหมาย พี.15-17 โดยให้ราคาเป็นพิเศษ) เพื่อให้ลูกกุ้งขาวที่ปล่อยวันแรกแข็งแรงและเหมาะสมกับแหล่งเลี้ยง
- ปล่อยบริเวณน้ำไหลด้านเหนือลม เพื่อลดความเสี่ยงอุณหภูมิน้ำสูง(หน้าร้อน) หรือต่ำเกิน(หน้าหนาว)
- อัตราปล่อยปกติ ระหว่าง 60,000 - 120,000 ตัว/ไร่ (ปัจจุบันใช้อัตรา 120,000 ตัว/ไร่ รวมแถม) เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูง ถ้าปล่อยน้อยเกินไปต้นทุนน้ำมันเฉลี่ยต่อหน่วยผลผลิตจะสูงเกินมาตรฐานได้
4. วิธีให้อาหาร ระยะก่อนเช็คยอ (1-20 วันแรก)
4.1 ระยะกุ้งอายุ 1-10 วัน
- ปริมาณอาหาร 3 ก.ก./ไร่/วัน แบ่งเป็น 4 หรือ 5 มื้อ
- ผสมกับน้ำก่อนสาดกระจาย
- สาดทั่วบ่อ โดยพายเรือสลับแนวหว่านอาหารในแต่ละมื้อ เพื่อให้อาหารกระจายทั่วบ่อได้ 100% และป้องกันอาหารไม่ตกพื้นบ่อบางบริเวณมากเกินไป (ป้องกันพื้นเน่าบางบริเวณในช่วงเริ่มเช็คยอ)
- เช็คอัตรารอดเบื้องต้น โดยสังเกตกุ้งล่อง ( ตอนบ่าย เย็น ) และดูปริมาณกุ้งเกาะพื้น , เข้ายอประกอบ
4.2 ระยะอายุกุ้ง 11 วัน ถึงเริ่มเช็คยอ (15-20 วัน ถ้ากุ้งมีอัตรารอดสูง เข้ายอมาก เริ่มเช็คยอที่ 15 วัน)
- เพิ่มอาหารวันละน้อย (0.5 ขีด ต่อมื้อต่อแสนตัวกุ้ง) ทุกวัน วันละ 4 มื้อ
- ยังคงหว่านอาหารทั่วบ่อ และทยอยเว้นกลางบ่อ ขยายวงออกมาตามลำดับ เพื่อดึงให้ลูกกุ้งมาอาศัยหนาแน่นบริเวณเขตเลี้ยงตั้งแต่ช่วงเริ่มเช็คยอ
- เริ่มใช้อาหารใส่ในยอเล็กน้อยที่กุ้งอายุ 11 วัน และเริ่มฝึกเช็คยอที่ 15 วัน และเริ่มให้อาหารตามยอเมื่อเช็คยอได้ชัดเจนแล้ว ปกติอายุไม่เกิน 20 วัน
- อัตราใส่ยอ 1 กรัม/อาหาร 1 ก.ก. ระยะเช็คยอ 3 ชม.
5. วิธีให้อาหารระยะเช็คยอ (อายุกุ้ง 21 วัน ถึงขาย) แบบ 3 มื้อ
มีเกณฑ์และวิธีการให้โดยย่อ ดังนี้
- ปรับปริมาณอาหาร โดยดูข้อมูล 4 อย่างพร้อมกัน คือ
ดูผลการกินอาหารในยอ (เปรียบเทียบกับมื้อเดียวกันก่อนหน้านี้ด้วย) โดยมีสูตรใส่และเช็คยอ (กลางวัน-แขวนยอ, กลางคืน-แช่ยอถึงเช้า) ดังนี้
กุ้ง 15 30 วัน ใส่ 1 กรัม/ก.ก. เช็ค 3 ชม.
31 40 วัน ใส่ 1 กรัม/ก.ก. เช็ค 2.5 ชม. (2 กรัม กรณีกุ้งแน่น)
41 60 วัน ใส่ 2 กรัม/ก.ก. เช็ค 2 ชม. (3 4 กรัม กรณีกุ้งแน่น)
60 วัน ขาย ใส่ 3 กรัม/ก.ก. เช็ค 2 ชม. (4 5 กรัม กรณีกุ้งแน่น)
ดูสีน้ำ ต้องไม่เข้มเร็ว ถ้าเข้มเร็วคุมอาหารและรีบตรวจเช็คพื้น
ต้องไม่มีกลิ่นอาหารเหลือ (เหม็นเปรี้ยวด้านใต้ลม ) ถ้ามี ต้องลดอาหารชั่วคราว
แอมโมเนียรวมในน้ำ ไม่เกิน 1.0 ถ้าเกิน ต้องลดอาหาร (และวัดไนไตรท์ประกอบด้วยเป็นครั้งคราว) ถ้าแอมโมเนีย หรือไนไตรท์ เกิน 1.0 หรือสีน้ำเพิ่มเร็ว ต้องลดอาหารชั่วคราว
ดูอาหารในลำไส้กุ้งก่อนให้อาหารมื้อต่อไปประกอบด้วยทุกครั้ง (เมื่อสงสัยว่าเหลือ)
คุมปริมาณอาหารสูงสุดต่อมื้อไว้ ดังนี้
- กรณีประเมินได้ว่ากุ้งรอดอัตราปกติ (เกิน 80%)
อายุกุ้ง 20 วัน ตั้งอาหารสูงสุดที่ 2.5 ก.ก./แสนตัว
30 วัน 3.0
40 วัน 5.0
60 วัน 7.5 -9.0 ( ขึ้นกับขนาดกุ้ง )
70 วัน 10.0 11.0 ( ขึ้นกับคุณภาพน้ำ , พื้นที่บ่อ )
- กรณีประเมินได้ว่ากุ้งรอดน้อยกว่าปกติ (ต่ำกว่า 80%)
ปรับลดการตั้งปริมาณอาหารสูงสุดลง และดูข้อมูลอื่นประกอบ
เช็คพื้นบ่อทุก 5-7 วัน ประกอบการปรับปริมาณอาหาร เพื่อป้องกันอาหารเกินจน
พื้นเน่า (ผิวพื้นเขตเลี้ยง ต้องไม่มีกลิ่นก๊าซไข่เน่าตลอดการเลี้ยง)
เติมจุลินทรีย์ (ของ เค.เอ็ม.พี.) 10-20 กรัม/ไร่ ทุก 7 วัน (ละลายด้วยน้ำจืดตั้งทิ้งกลาง
แดด 1 ชม. ก่อนสาดทั่วบ่อ)
6. การตีน้ำรวมเลนและรักษาระดับออกซิเจน ( โดยวัดออกซิเจนประกอบ เพื่อปรับการตีน้ำจริงอีกครั้ง)
6.1 ระยะเตรียมน้ำ ตีน้ำเฉพาะ 24.00 น. 10.00 น. (ตีเบา 1-2 ตัว)
6.2 ระยะกุ้ง 1-20 วัน วันมีแดด 24.00 น. 08.00 น. 1-2 ตัว (ตีเบา)
วันไม่มีแดด 24.00 น. 10.00 น. 2 ตัว (ตีเบา)
6.3 ระยะกุ้ง 21-40 วัน วันมีแดด 22.00 น. 10.00 น. 2 ตัว ตีกลาง
วันไม่มีแดด 20.00 น. 10.00 น. ทุกตัว กลาง-เร่งจัด
10.00 น. 20.00 น. 2 ตัว เบา-กลาง
6.4 ระยะกุ้ง 41 วันขึ้นไป วันมีแดด 20.00 น. 09.00 น. ทุกตัว กลาง-จัด
09.00 น. 12.00 น. 2 ตัว เบา-กลาง
(แดดจัด) 12.00 น. 15.00 น. หยุดได้ ช่วงสั้นๆ
15.00 น. 18.00 น. 2 ตัว เบา-กลาง
18.00 น. 20.00 น. ทุกตัว เบา-กลาง
วันไม่มีแดด 18.00 น. 09.00 น. ทุกตัว กลาง-จัด
09.00 น. 18.00 น. ทุกตัว เบา-กลาง
เงื่อนไขการตีน้ำ
* ดูสุขภาพกุ้งประกอบ (กุ้งต้องตัวใสปกติทุกตัว ในยอตอนเช้ามืดหรือในกะละมังไม่มีน้ำ 3 นาที ถ้ากล้ามเนื้อขุ่นเร็ว ต้องลดอาหาร และเพิ่มการตีน้ำ พร้อมการตรวจเช็คแร่ธาตุในน้ำ)
* ดูความหนืดน้ำประกอบ (ปกติต้องไม่เกิดสภาพไข่เจียว หรือไข่ดาวเด็ดขาด ถ้าเกิด ต้องหยุดอาหารบางมื้อชั่วคราว และตีน้ำเพิ่ม)
7. การใส่ปูน และแร่ธาตุปรับสภาพน้ำ
- ตรวจวัดคุณภาพ ก่อนใช้สารปรับคุณภาพน้ำ
- ปรึกษาหารือก่อนการใช้สารทุกชนิด (ปริมาณ และวิธีการใช้หรือใส่สาร)
- ปรึกษาหารือวิธีการใช้สารในแต่ละครั้ง (นอกก่อนใน หรือ ในก่อนนอก)
- ควรใส่สารโดยวิธีพายเรือทวนน้ำ
8. การดูสุขภาพ และสุ่มไซซ์กุ้ง
- ดูจากยอ ตัวใส ไม่หงิกงอ ไม่เกร็ง
- ดูจากทอดแห ตัวใสเกิน 3 นาที ตัวไม่เกร็ง
- ตัวกุ้งสมบูรณ์ ไม่มีแผล เหงือกปกติ ปลายหางปกติ ( สีไม่เข้ม , ไม่บาง , ไม่บวม )
9. อื่นๆ
- ต้องจดบันทึกอย่างละเอียดทั้งหมด และแจ้งทันทีถ้าทำงานผิดพลาด หรือผิดปกติ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่อเนื่องจนแก้ไขยาก หรือเสียหาย
หมายเหตุ
จุดเด่นเฉพาะของรายที่ 1 นี้ คือ
1. แม้อยู่ในแหล่งน้ำเลี้ยง ต้องเลี้ยงระบบปิดรายบ่อ ก็สามารถเลี้ยงได้
2. เป็นฟาร์มย่อย ใช้เครื่องยนต์ อุปกรณ์จำกัด จึงใช้วิธีเลี้ยงที่เหมาะสมกับเงื่อนไข คือ
2.1 ให้กุ้งกินอาหารเฉพาะกลางวัน 3 มือ
2.2 กลางคืน กุ้งช่วยเก็บเศษ บำบัดพื้นบ่อและคนเลี้ยงดูแลอุปกรณ์เป็นพิเศษ เพื่อให้กุ้งอยู่ได้สุขสบาย จนกว่าถึงเช้าวันใหม่
3. ดูประวัติแล้ว พบว่าต้นทุนการผลิตต่ำร้อยที่ไซซ์ 50 ตัว / ก.ก ถือว่าเยี่ยมแล้ว สำหรับ ฟาร์มเครื่องยนต์ปัจจุบัน
 
|