โปรใหม่ไฉไลกว่าเดิม
เพิ่มเนื้อที่ ไม่มีโฆษณารบกวน และเริ่มต้นเพียง 500 บาท/ปี เท่านั้น
 Home    สมัครสมาชิก    แก้ไขข้อมูลส่วนตัว    คำถามที่พบบ่อย    Update  
 แก้ไขลักษณะหน้าจอ    ข้อความส่วนตัว    สมาชิกในบอร์ด  
 VIP Hosting    My Board    File2Go    My Game    Unitopic    Free Domain  
 

Thaishrimpnews Index : ยินดีต้อนรับ : จุลินทรีย์ กับ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม โดย น.สพ.สุรศักดิ์
 
Thaishrimpnews เว็บบอร์ด   ค้นหา ชื่อ : ผู้เยี่ยมชม. เข้าสู่ระบบ.
  
สรุปข่าวเด่น
ผู้ที่โพสต์ จุลินทรีย์ กับ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม โดย น.สพ.สุรศักดิ์  
thaishrimpnews
 

โพสต์: 179
โพสต์เมื่อ: 04/06/2007-15:01 GMT+7  
เมื่อกล่าวถึง “ จุลินทรีย์ ” เชื่อมั่นว่า เพื่อนชาวฟาร์มกุ้งคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ด้วยความรับรู้และเข้าใจที่ยังแตกต่างกันอยู่มาก ทั้งคัดค้านและคิดว่าไม่ควรจะใช้กับการเลี้ยงกุ้งเพราะในธรรมชาติมีอยู่แล้ว กลุ่มนี้แม้จะเป็นส่วนน้อยแต่มักจะเสียงดัง ตามลักษณะเฉพาะของสังคมไทยที่คนค้านมักจะเสียงดังกว่าคนเชียร์ ส่วนกลุ่มที่สอง รู้สึกเฉยๆ เพราะไม่เคยใช้หรือเคยใช้แล้ว แต่ไม่เห็นผลแตกต่างระหว่างใช้และไม่ใช้ ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่ใช้อยู่เป็นประจำแต่ก็ด้วยความลึกซึ้งในเรื่องจุลินทรีย์ที่แตกต่างกันไป ทั้งการเลือก การใช้ และประเมินผลการใช้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการเลี้ยงกุ้งหรือสัตว์น้ำมีลักษณะเฉพาะ คือ ที่อยู่ ที่กิน และที่ขับถ่ายหรือส้วมอยู่ในที่เดียวกัน โดยมีมวลน้ำเป็นตัวประสาน ในขณะที่โดยธรรมชาติมีตัวจุลินทรีย์หลากหลายในธรรมชาติอยู่แล้วจริงๆ ซึ่งจุลินทรีย์นี้เป็นผู้บำบัดหรือผู้ย่อยปฏิกูลของกุ้ง เพียงแต่เงื่อนไขใดทำให้จุลินทรีย์ชนิดใด สายพันธุ์ใด เจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและครองพื้นที่โดยเรากำหนดไม่ได้ชัดเจนเท่านั้น จึงส่งผลให้ ความเข้าใจเรื่องจุลินทรีย์ยังคงจำกัดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ดังนั้น หนังสือกุ้งไทยฉบับที่ 79 นี้ จึงขอผนวกเรื่อจุลินทรีย์ที่ได้เคยร่วมศึกษาวิจัยและทดลองภาคสนาม ในระหว่างปี 2542 – 2544 กับคณะท่านอาจารย์เกรียงศักดิ์ พูนสุข แห่งภาควิชาจุลชีววิทยา คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจากภาคธุรกิจเอกชนรวมกว่า 4.5 ล้านบาท ( บริษัท เค.เอ็ม . พี . ไบโอเทค จำกัด กว่า 3 ล้านบาท , เอฟ.อี.ซัลลิก 5 แสนบาท และอื่นๆ ) ซึ่งในช่วง 3-4 ปีนั้น ได้มีการศึกษาวิจัยเรื่องการคัดเลือกและพัฒนาคุณสมบัติสายพันธ์ การทดสอบ เพื่อเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม และการทดลองภาคสนาม โดยทำทั้งส่วนของสัตว์น้ำ ( กุ้ง ) ต่อด้วยสัตว์บกและเกษตรกรรม ซึ่งได้มีการทดลองภาคสนามทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้กว่า 300 บ่อ และได้สรุปเป็นข้อมูลรายงานต่อสาธารณะไปแล้วเมื่อปี 2544 เพื่อให้เป็นองค์ความรู้สาธารณะโดยหวังให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกุ้งโดยรวม
แต่ในระยะนั้น เรายังเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพียงอย่างเดียว ซึ่งอุปนิสัยไม่เหมือนกุ้งขาว คือ เป็นกุ้งกินเนื้อเป็นหลัก ( อาหารสำเร็จ , อาหารสด ) เลือกอาหาร ( ใหม่ๆ หอมๆ ) ไม่ชอบหรือไม่กินตะกอนเหมือนกุ้งขาว ในขณะที่จุลินทรีย์ที่ทดลองหรือใช้กันในสมัยนั้นได้สร้างฟล็อก ( ตะกอนกลุ่มจุลินทรีย์ , สารอินทรีย์ ,จุลชีพอื่นๆ และเบนโทส ) มากมายที่พื้นบ่อ และช่วยให้พื้นบ่อเขตเลนดี ไม่มีก๊าซไข่เน่า ปรากฎว่ากุ้งกุลาดำ เข้าอยู่ชานเลน และกลางเลนมาก ( เพราะอยู่ได้ ) ไม่ได้กินอาหารเต็มที่ แต่ไม่กินฟล็อค ( เพราะไม่ชอบกินตะกอน ) ซ้ำยังชอบกินเพื่อนที่เข้าลอกครอบและอ่อนแอในเขตชานเลนบางส่วนด้วยซ้ำ จึงกลายเป็นว่าสังเกตผลยาก อาจชัดเจน เฉพาะเรื่อง คุมวิบริโอ และลดภาวะเน่าเหม็นก๊าซไข่เน่าที่เขตเลน เท่านั้น แต่ในปัจจุบันเราเลี้ยงกุ้งขาวเป็นหลัก ซึ่งเขากินสารพัดกินทั้งสัตว์และพืช ( ในสูตรอาหารเป็นหลัก ) อาหารธรรมชาติขนาดเล็ก ตะกอนอาหาร สารอินทรีย์ และฟล็อคหรือแม้แต่ตะกอนดิน ( คล้ายหอยกับปู ) จุลินทรีย์จึงควรจะมีประโยชน์กับบ่อกุ้งขาวชัดเจนกว่ากุ้งกุลาดำมาก และหากท่านสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่า กุ้งขาวได้อาศัยฟล็อคและตะกอนสารอินทรีย์ เพื่อยังชีพมาโดยตลอด จึงทำให้เขายังอยู่ได้แม้เพียงกินตะกอนเลนในระหว่างงดหรือไม่ให้อาหารนานๆ
ดังนั้นในวาระที่เริ่มตระหนกและรับรู้กันแล้วว่า ปัจจุบัน วิบริโอ เริ่มเก่ง เริ่มเข้าทำลายกุ้งขาวได้แล้ว ทำให้กุ้งอ่อนแอติดเชื้อ และป่วยง่ายขึ้น ตามที่เคยกล่าวไว้นานแล้วว่า อีกไม่นานวิบริโอจะกินกุ้งขาวเป็น ที่จริงเป็นหลักธรรมดา คือ วิบริโอ จะปรับพัฒนาหรือถูกคัดพันธุ์โดย แหล่งอาหาร ( ตะกอนสารอินทรีย์และตัวสัตว์หรือกุ้งขาว ) ทั้งนี้เพราะเมื่อเราเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้งขาวใหม่ ต่างก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้จุลินทรีย์ก็ได้ เพราะกุ้งขาวคุ้ยตะกอนให้จุลินทรีย์ธรรมชาติอยู่แล้ว แต่โดยความเป็นจริงการไม่ใช้จุลินทรีย์ในกุ้งขาว ทำให้จุลินทรีย์ดีๆ ที่ค้างพื้นบ่ออยู่เดิมเริ่มน้อยและเป็นตัวด้อย จนวิบริโอปรับตัวและเริ่มเป็นตัวเด่นในระบบฟาร์มและแหล่งเลี้ยงอีกครั้งนั่นเอง พอถึงระยะปัจจุบันเริ่มพบกุ้งขาวป่วยเพราะแบคทีเรีย ( วิบริโอเป็นหลัก ) ก็เริ่มให้ความสำคัญกับจุลิทรีย์อีกรอบหนึ่ง จึงขอย้อนนำสาระจากโครงการศึกษาทดลอง เมื่อ 2542 – 2544 เฉพาะหัวข้ที่สำคัญๆ มาสรุปไว้ในที่นี้
จุดประสงค์ของการใช้จุลินทรีย์ในฟาร์มกุ้ง
1. ให้เป็นจุลินทรีย์ที่ดีช่วยในการย่อยสารอินทรีย์ส่วนเกินจากการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารอาหารเหลือในขี้กุ้ง ( กุ้งย่อยสารอาหารที่กิน และนำไปใช้ประโยชน์ได้เพียง 40 % ) และสารต่อเนื่อง เช่น ซากแพลงค์ตอน
2. ให้จุลินทรียที่ดีเป็นตัวเด่นในน้ำและตะกอนพื้นบ่อกุ้ง เพื่อทำหน้าที่แข่งและข่มจุลินทรีย์ไม่พึ่งประสงค์ ที่ก่อให้สภาพแวดล้อมเสื่อม หรือ ให้สารที่เป็นอันตรายหรือเป็นพิษต่อกุ้ง
3. ให้ทำหน้าที่โพรไบโอติค เบื่อกุ้งกินจุลินทรีย์ ( จากน้ำ ,ตะกอน ) เข้าสู่ร่างกาย เช่น การช่วยย่อยอาหาร การถูกย่อยเป็นสารเสริมแก่กุ้ง ตลอดถึงเป็นจุลินทรีย์ที่ดีในการครองพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารของกุ้ง

สายพันธุ์จุลินทรีย์ที่ใช้
จะต้องคัดเลือกสายพันธุ์ เฉพาะที่ให้ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ ทั้งนี้ ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก และมาตรฐานกำหนดที่เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ก่อประโยชน์และเป็นมิตรต่อมนุษย์ พืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

การคัดเลือกและทดสอบสายพันธุ์ สำหรับฟาร์มกุ้ง

ขั้นที่ 1 คัดเลือกสายพันธุ์จากธรรมชาติในแหล่งน้ำและแหล่งผลิตกุ้ง และทดสอบสายพันธุ์ตามหลักวิชาการ ทางจุลชีววิทยา ครบถ้วนตามหลักวิชาการสากล
ขั้นที่ 2 สำหรับจุลินทรีย์ เพื่อใช้ในฟาร์มกุ้ง ต้องทดสอบและคัดเลือกเฉพาะที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงกุ้งด้วย เช่น
2.1 สร้างน้ำย่อยแต่ละชนิดที่พอเหมาะการย่อยสารอาหารส่วนเกินในขี้กุ้ง
2.2 สร้างน้ำย่อยที่ระคายเคืองกุ้งได้อย่างจำกัด เช่น เซลลูเลส และไคติเนส เพราะกุ้งมีสาร เซลลูโลส และไคตินเป็นโครงสร้างเพื่อ ป้องกันตัวและใช้งานโดยเฉพาะโคติน
2.3 สามารถเจริญขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพแวดล้อมบ่อกุ้ง ทั้ง ความเค็ม ( ต่ำถึงสูง ), ช่วงอุณภูมิ และต้องหาสายพันธุ์ย่อยหลากหลายพอที่จะให้ครองพื้นที่ได้ทั้งบริเวณออกซิเจนสูง และต่ำ

ขั้นที่ 3 ทำการเก็บสายพันธุ์จำนวนมาก ตามคุณสมบัติย่อยที่แตกต่างกัน บันทึกข้อมูลกำกับและจัดเก็บตามหลักวิชาการ ( ทดสอบความปลอดภัยก่อนเก็บ )
ขั้นที่ 4 จัดทำสูตรผลิตภัณฑ์เบื้องต้น เพื่อศึกษาในห้องทดลอง และภาคสนาม ก่อนการออกแบบผลิตภัณฑ์

การผลิตผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์

ขั้นที่ 1 การออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อกำหนดสายพันธุ์ จำนวน ความเข้มข้น ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายและบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย
ขั้นที่ 2 ผลิตหัวเชื้อสายพันธุ์ตั้งต้น โดยเลือกสายพันธุ์เฉพาะที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการ นำมาเพาะขยายชุดละ 5 หลอด และทำการทดสอบสายพันธุ์และคุณสมบัติสายพันธุ์ซ้ำ ก่อนเริ่มเพาะขยายเป็นหัวเชื้อพันธุ์ ( ทดสอบไม่ผ่าน ต้องทำลายทิ้ง และนำชุดใหม่มาทดสอบต่อไป )
ขั้นที่ 3 ทำการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ตามหลักวิชาการ เพื่อให้องค์ประกอบผลิตภัณฑ์ครบถ้วนตามกำหนด
ขั้นที่ 4 ทดสอบความปลอดภัย โดยเลี้ยงเชื้อ ( ฉีดจุลินทรีย์ ) ในไข่ฟัก และหนูขาว ซึ่งจะต้องไม่มีอาการต่อต้าน อักเสบ หรือ แพ้ในสัตว์ทดลอง ทั้งนี้ ต้องทำด้วยวิธีการถูกต้องครบถ้วนตามหลักวิชาการ
ขั้นที่ 5 ทดลองภาคสนามประกอบการบริการสู่เกษตรกร

หมายเหตุ ในการผลิตผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ ต้องทำโดยเทคนิคถังขยายเชื้อสายพันธุ์จุลินทรีย์ระบบปิดเท่านั้น เพื่อให้ได้เฉพาะสายพันธุ์จุลินทรีย์ และคุณสมบัติสายพันธุ์ ตรงตามที่ได้ผ่านการศึกษาวิจัย และทดลองแล้วตามหลักวิชาการ การผลผลิตผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ระบบเปิด ทั้งแบบหมักดอง หรือ หมักถังแบบที่พบทั่วไป โดยเฉพาะการต่อเชื้อไปเรื่อยๆด้วยแล้ว ถือว่าผิดหลักวิชาการในการผลิตจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร เพราะจะมีปัญหาจุลินทรีย์ปนเปื้อนซึ่งกำหนดและป้องกันไม่ได้ และการต่อเชื้อไปเรื่อยๆจะทำให้คุณสมบัติสายพันธุ์จุลินทรีย์เพี้ยนไป จนไม่เกิดประโยชน์ตามที่คาดหวัง หรือ เป็นโทษต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย อีกทั้ง แม้จะได้ก็ยังมีปัญหาความเข้มข้นที่ไม่นิ่งพอ ( เรื่องนี้ได้มีการศึกษา ทดลอง ทางวิชาการมามากแล้ว แต่การหมักระบบเปิดใช้ในการเกษตรพืชได้ระดับหนึ่ง ถ้ามีการทดสอบสายพันธุ์เป็นระยะ และปรับเติมสารอินทรีย์เป็นอาหารเสริมแก่พืชได้เหมาะสม เพราะในดินมีจุลินทรีย์ธรรมชาติหลากหลายอยู่แล้ว และสารที่จุลินทรีย์สร้างก็เป็นอาหารพืชได้ แต่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ เช่น แอมโมเนีย ไนไตร์ หรืออื่นๆ )

การใช้ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยงกุ้ง มีข้อเสนอให้ท่านพิจารณา ดังนี้
1. ใช้น้อย แต่บ่อยครั้ง โดยถือหลักใช้น้อยที่สุดที่สามารถให้ผลได้ตามจุดประสงค์ ทั้ง
- การแข่งและข่มจุลินทรีย์ตัวร้าย เช่น บาซิลัส สเฟียริคัส ที่ย่อยจนผิวเลนยุ่ย และให้น้ำย่อยไคติเนส มากจนผิวหรือหางกุ้งกร่อน หรือ วิบริโอ ที่สร้างน้ำย่อยเป็นพิษต่อกุ้งหรือย่อยเนื้อเยื่อกุ้ง
- การช่วยย่อยสารอาหารในมวลน้ำ และ พื้นบ่อ ตลอดจนให้เกิดการสะสมของจุลินทรีย์ดีๆที่พื้นบ่อมากพอ
- การเป็นโพรไบโอติค ในบ่อ และตัวกุ้ง
2. ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นการผลิต เพราะหากเป็นกลางรอบการผลิตจะไม่ทันกับจุลินทรีย์ธรรมชาติ ทั้งดีและร้าย ( หากเริ่มใช้กลางรอบการผลิต ก็อย่าหวังผลมาก และอย่าใช้มากๆทันที เพราะอาจทำให้สภาพแวดล้อมในบ่อหมักย่อยสลายแรงเกินไป จะทำให้ออกซิเจนในน้ำลดต่ำ จนกระทบต่อกุ้งได้ )
3. การใช้ต่อเนื่องในรอบการผลิตต่อไป ให้ปรับใช้ตามที่เห็นสมควร เพราะได้มีจุลินทรีย์ดีๆสะสมที่พื้นบ่อและสิ่งแวดล้อมระดับหนึ่งแล้ว ( ถ้าไม่เสียดายเงิน ก็ใช้มากกว่าที่กล่าวถึงได้ )

ข้อควรคำนึงถึง
การใช้จุลินทรีย์ แม้ว่าจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจแล้ว ก็อาจให้ผลไม่ตรงตามที่คาดหวังไว้ ถ้า
- ให้อาหารเกินมากๆ เพราะยังมีอาหารเหลือสะสมพื้นบ่อ จนจุลินทรีย์ไม่ดีอาศัยอาหารส่วนเกินมากๆนี้ มาเป็นตัวร่วมอยู่ในบ่อได้ โดยเฉพาะวิบริโอ ซึ่งอาจพบตามใต้ใบพัด หรือ มุมอับ ในบ่อที่อาหารเกินมากๆและหากรื้อจุดนี้ให้ฟุ้ง จะทำให้วิบริโอกระจายในน้ำช่วงสั้นๆได้อีก
- การติดตั้งอุปกรณ์หรือใช้อุปกรณ์ตีน้ำน้อยเกินไป จนเลนไม่รวม หรือ ออกซิเจนต่ำเกินไป ( เขตเลี้ยงต่ำกว่า 3.0 ตอนเช้ามืด ) จะกระทบต่อความสุขสบายของกุ้ง หรือสรุป ถ้าใช้จุลินทรีย์ที่ดี ก็ต้องใช้เครื่องตีน้ำพอเพียงด้วย จึงจะได้ผลดีทั้ง กุ้ง และสิ่งแวดล้อมในบ่อ
- การใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ( จุลินทรีย์ ) ในบ่อ เช่น ฟอร์มาลิน , คลอรีน , ไอโอดีน , บี.เค.ซี. จะมีผลไปฆ่าจุลินทรีย์ดีๆจำนวนมากที่เติมหรือสะสมอยู่ในบ่อด้วย จึงควรเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์เป็นพิเศษหลังยาฆ่าเชื้อหมดฤทธิ์เพราะการใช้ยาฆ่าเชื้อ โดยปกติ จุลินทรีย์ตัวดีจะตายง่ายกว่า จุลินทรีย์ตัวร้าย ( เช่น วิบริโอ จะสร้างเมือกหุ้มเซล และต้านยาฆ่าเชื้อได้ในขณะที่บาชิลัสสร้างไม่ได้ )

สรุป การใช้จุลินทรีย์ในฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาว โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ได้ผลและได้ผลกว่าสมัยที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่การใช้จุลินทรีย์ต้องคำนึงถึง ความเป็นมาและคุณสมบัติจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ , ใช้แต่น้อย , และจัดการเลี้ยงอย่างถูกต้องครบคู่ไปด้วย จึงจะทำให้การเลี้ยงกุ้งได้ผลตามเป้าหมาย






  ชมข้อมูลของ thaishrimpnews      แก้ไข/ลบ กระทู้นี้   ตอบกลับด้วย quote


Reply Zone
เกี่ยวกับการโพสต์ สำหรับเจ้าของกระทู้และผู้ดูแลบอร์ด สามารถโพสต์
ชื่อ/อีเมล์:
ข้อความ:

แท็กพิเศษ:
ลักษณะอารมณ์:
All Smilies
การทำงานเสริม: ไม่ใช้งาน HTML ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน แท็กพิเศษ ในการโพสต์นี้
ไม่ใช้งาน ลักษณะอารมณ์ ในการโพสต์นี้
แสดงลายเซ็น

Key Number:

 
 Fill 5 Keys
 
ห้ามใช้งานกระทู้นี้ ย้ายกระทุ้นี้ ลบกระทู้นี้ กระทู้ปักหมุด

© 2003-2010 BuildBoard. All rights reserved. Terms of Uses. Advertisement. Contact Us.
[coconut oil for hair]  [how to make hair grow faster]  [how to prevent hair loss