thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 02/03/2007-15:55 GMT+7  
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล รอง ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ถือเป็นสินค้าเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีความสำคัญทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในปี 2546 ตลาดสินค้าเกษตรของโลก มีมูลค่าประมาณ 920,000 ล้านบาท ตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา 44% สหภาพยุโรป 41% ขณะที่ตลาดในเอเชียมีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยตลาดที่สำคัญ คือ ญี่ปุ่น ทั้งนี้อัตราการขยายตัวของสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นทั่วโลกเฉลี่ยประมาณ 25% ต่อปี และที่ผ่านมาสินค้าเกษตรอินทรีย์จะเน้นในกลุ่มของพืชผัก และผลไม้ ขณะที่สินค้ากลุ่มสัตว์น้ำ และปศุสัตว์ยังได้รับความสนใจน้อย แต่ในความจริงตลาดต่างประเทศก็มีความต้องการสูงเช่นกัน ในขณะที่ไทยยังไม่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้
สำหรับแผนส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตกุ้งอินทรีย์ มกอช. และกรมประมงได้ร่วมกันดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับความต้องการของตลาดโลก ปัจจุบันโครงการดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ยังไม่สามารถส่งออกได้ เนื่องจากปัญหายอมรับจากต่างประเทศเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้ากุ้งอินทรีย์ของไทย เกษตรกรบางส่วนที่ผลิตกุ้งทะเลอินทรีย์ต้องให้หน่วยงานจากต่างประเทศเข้ามารับรอง โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูง
ดังนั้น มกอช.จึงเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากทั้งภาครัฐ เอกชน ตัวแทนเกษตรกร ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อระดมความคิดเห็นต่อการจัดทำร่างมาตรฐาน เพื่อปรับปรุงและนำเข้าสู่ขั้นตอนการร่างมาตรฐาน ก่อนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณารับรองเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 นี้
ดร.มะลิ บุณยรัตผลิน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบงานวิจัย กรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรฐานกุ้งทะเลอินทรีย์ที่จะกำหนดขึ้นนั้นจะมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของระบบการจัดการฟาร์ม ที่จะต้องใช้อาหารจากธรรมชาติ และยารักษาโรคที่ผลิตจากธรรมชาติ โดยปัจจุบันฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ในไทยยังมีอยู่น้อยมาก จึงได้ยกร่างมาตรฐานการเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ขึ้น เพื่อเตรียมประกาศให้เป็นมาตรฐานการผลิตกุ้งทะเลอินทรีย์ของไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศผู้นำเข้า
(ล้อมกรอบ)
มาตรฐานสินค้ากุ้งอินทรีย์เพื่อส่งออกในขณะนี้ เกษตรกรต้องอาศัยหน่วยงาน Naturland ซึ่งเป็นหน่วยรับรองของเอกชนจากประเทศเยอรมัน เป็นผู้รับรองสินค้าให้ ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นไทยจึงต้องเร่งสร้างมาตรฐานของตนเองเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้เกษตรกรรวมทั้งเป็นแนวทางในการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเลอินทรีย์ของผู้ประกอบการ ซึ่งมีประมาณ 5 ราย จากผู้เลี้ยงกุ้งที่ขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองฟาร์มในระดับ GAP ทั้งหมด 38,000 ฟาร์ม และระดับ CoC จำนวน 412 ฟาร์มทั่วประเทศ การเลี้ยงกุ้งอินทรีย์เป็นระบบมาตรฐานที่สูงกว่า CoC ทำให้สินค้ากุ้งอินทรีย์ที่เป็นพรีเมี่ยมเกรด (Premium grade) มีราคาสูงกว่ากุ้งปกติประมาณ 10-20% ถึงแม้ขณะนี้ส่วนแบ่งตลาดจะไม่ใหญ่นัก แต่อนาคตมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานสินค้า เพื่อรักษาความเป็นหนึ่งทั้งด้านปริมาณ คุณภาพกุ้งส่งออก รวมทั้งด้านวิธีการเลี้ยงและความหลากหลายของสินค้า เพื่อรักษาตลาดกุ้งในเวทีการค้าโลก
 
|