thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 04/06/2007-14:51 GMT+7  
บทนำ
หากเราหันกลับไปมองอดีต ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ไทยได้เริ่มเพาะเลี้ยงกุ้งถึงระดับส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2527 โดยฟาร์มกุ้งกุลาดำบริเวณจังหวัดก้นอ่าวไทย (สมุทรปราการ ถึง เพชรบุรี) เป็นหลัก จนก่อตัวเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรเต็มรูปแบบในปี 2530 และก้าวขึ้นมาครองฐานะผู้ส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี 2533 ติดต่อกัน 17 ปี จนถึงปัจจุบัน ด้วยรายได้เข้าประเทศรวมทั้งกุ้งและที่เกี่ยวเนื่องกับกุ้งถึง 2 ล้านล้านบาท จึงเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่าชาวฟาร์มกุ้งและอุตสาหกรรมกุ้งไทย ได้มีส่วนร่วมหารายได้เข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำด้วยทางหนึ่ง ยิ่งโดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมการเกษตรเช่นกุ้งนี้ ถือเป็นแขนงที่ใช้พื้นที่น้อย ให้มูลค่าผลผลิตส่งออกมาก และส่วนใหญ่เป็นทุนภายในประเทศเกือบทั้งหมด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมกุ้งที่สร้างรายได้เข้าประเทศแล้ว 2 ล้านล้านบาทนั้น เป็นรายได้สุทธิถึง 1.5 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว
แต่ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางผลงานและความภาคภูมิใจดังกล่าว ใช่ว่าอาชีพนี้จะโรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด ที่ชัดเจนคือ ภาคการผลิตหรือในส่วนของฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งต่างก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย หลายครั้งหลายครา ทั้ง การสูญเสียในระหว่างการเพาะเลี้ยงจากหลายสาเหตุ และวิกฤติราคาผลผลิตกุ้งตกต่ำเป็นครั้งคราว จนผู้ประกอบการฟาร์มต้องขาดทุน หยุดกิจการ และเปลี่ยนเจ้าของมาโดยตลอด และจำนวนมากที่ต้องเป็นหนี้เป็นสินโดยที่ไม่ทันตั้งตัว หรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการผลิตที่สำคัญ คือ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำไม่ได้ผลตามเป้าหมาย ในระหว่างปี 2543-2545 จากหลายสาเหตุ ทั้งโรคกุ้งระบาด กุ้งโตช้า อัตราแคระแกร็นสูง และอื่นๆ จนต้องนำสายพันธุ์กุ้งขาวแวนนาไมมาเพาะเลี้ยงทดแทน เพื่อให้สามารถยืนศักยภาพการผลิตและส่งออกกุ้งไทยให้คงฐานะผู้นำในธุรกิจกุ้งโลกได้ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
ในขณะเดียวกันโดยเงื่อนไขและคุณสมบัติเฉพาะของกุ้งขาวแวนนาไม ที่ได้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาสายพันธ์จากระบบฟาร์มเพาะพันธุ์ที่สำเร็จแล้ว ประกอบกับอุปนิสัยกุ้งขาวสายพันธุ์นี้ที่สามารถเลี้ยงหนาแน่นได้ และให้ผลผลิตต่อพื้นที่มาก ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยต่ำลงระดับหนึ่ง จึงทำให้ไทยเป็นกรณีตัวอย่าง ได้กระตุ้นกระแสเพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมกระจายในประเทศผู้ผลิตกุ้งทุกประเทศ ทั้งทุนภายในและทุนข้ามชาติ ถึงปัจจุบัน กุ้งขาวได้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจครองตลาดกุ้งส่วนใหญ่ของโลกไปแล้ว ควบคู่เกิดกรณีปัญหาผลผลิตกุ้งโลกเพิ่มเร็วกว่าอัตราการขยายตัวของตลาดบริโภค ตลาดเป็นของฝ่ายประเทศผู้ซื้อ การแข่งขันทางการค้าสูงขึ้นทบทวี พร้อมปัญหาอุปสรรคทางการค้าหลากหลายรูปแบบและด้วยเงื่อนไขธุรกิจที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ราคาผลผลิตกุ้งต่ำลงตามลำดับ โดยไทยเป็นประเทศเดียวที่ราคาผลผลิตกุ้งต่ำสุดเมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตกุ้งทั่วโลก เหตุเหล่านี้จึงก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ประกอบการฟาร์ม โดยเฉพาะฟาร์มกุ้งรายย่อยที่เหลืออยู่ ด้วยอารมณ์วิตกที่ตรงกันคือ จะยืนหยัดอยู่รอดในธุรกิจกุ้งต่อไปได้อย่างไร
ดังนั้น ในฐานะผู้หนึ่งที่ได้ร่วมในกิจกรรมพัฒนากุ้งไทยต่อเนื่อง และอาสาเป็นแกนประสานเครือข่ายคนไทย-กุ้งไทย ที่มุ่งมั่นให้อุตสาหกรรมกุ้งยั่งยืน โดยเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการไทยทุกระดับ และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ร่วมกัน จึงขออาสาคุณปาริชาติ ตุ้มปี ขอรับผิดชอบจัดทำต้นฉบับวารสารกุ้งไทยฉบับนี้ขึ้น เพื่อสื่อสารเป็นกำลังใจแก่ฟาร์มเลี้ยงกุ้งทุกท่านว่า เรามีทางไป เรายังยืนหยัดอยู่ได้ และสามารถก้าวผ่านอุปสรรคทั้งมวลไปได้อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ได้ประมวลข้อมูลและเทคนิคการเลี้ยงกุ้งที่จำเป็นพร้อมตัวอย่างจริงจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นการเสริมข้อมูลแก่เพื่อนชาวฟาร์มกุ้งทั้งหลาย เพื่อนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละฟาร์มซึ่งอาจมีแนวทางและเงื่อนไขในการผลิตที่แตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ ผมขอย้ำเพื่อความชัดเจนร่วมกันว่า ผมทำต้นฉบับชุดนี้เพื่อ คนไทย และ กุ้งไทย เท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์เพื่อไปสร้างประโยชน์คนอื่นชาติอื่น จึงต้องขอร้องพวกไม่มีชาติหรืออาศัยชาติไทยเพียงเพื่อประโยชน์ตนว่า เมื่อท่านเกิดเป็นไทย อยู่และทำมาหากินในประเทศไทย พึ่งพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์สมเด็จพระมหากษัตริย์ไทย หากจะทำสิ่งใด พึงสำเหนียกตลอดไปว่าเพื่อคนไทยและชาติไทยเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในโลกยุคอนาคตข้างหน้า เรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องร่วมกันแก้ไขมากมายอยู่แล้ว ซึ่งหากท่านใดไม่ทราบ ไม่ได้นึกถึง หรือไม่สนใจมาก่อน ก็สามารถอ่านได้จาก ท้ายเล่ม ที่ได้เสนอเป็นข้อมูลเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ด้วยแล้ว
สุดท้ายนี้ ในฐานะผู้จัดทำต้นฉบับวารสารกุ้งไทย ฉบับที่ 79 นี้ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ประจวบ หลำอุบล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านอาจารย์ ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช อดีตนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และท่านผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงกุ้งทุกท่านที่ยอมให้ข้อมูลและสมุดบันทึกการเลี้ยงมาเป็นกรณีตัวอย่างโดยไม่ประสงค์จะออกนาม ตลอดทั้งเพื่อนอาสาสมัครกิจกรรมเครือข่าย คนไทย-กุ้งไทย ที่ได้ช่วยในกิจกรรมเชิงพัฒนาการกุ้งไทยมาตามลำดับจนถึงการทำต้นฉบับหนังสือเล่มนี้ ซึ่งทุกท่านได้เข้าใจร่วมกันว่า เราทำหนังสือเล่มนี้ด้วยความจำเป็นจริง ทั้งนี้ เพื่อ คนไทย-กุ้งไทย เป็นสำคัญ
ด้วยความเคารพและขอบพระคุณผู้อุปการะวารสารกุ้งไทย
บ้านสวน ( น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ )
1 เมษายน 2550 9.40 น. ในนาม เครือข่าย คนไทย-กุ้งไทย
 
|