thaishrimpnews 
โพสต์: 179 |
โพสต์เมื่อ: 19/04/2007-16:50 GMT+7  
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2550 กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐ ได้ประกาศผลการพิจารณาการทบทวนภาษีการทุ่มตลาดกุ้งขั้นต้น (หลังจากที่ได้ทำการทบทวน(รีวิว) กันตั้งแต่ วันที่ 4 สิงหาคม 2547-31 มกราคม 2549) ผลปรากฏว่า ไทยถูกเรียกเก็บภาษีเอดีในอัตราร้อยละ 2.34-57.64 โดยที่ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.24
ขณะที่จีนถูกเรียกเก็บภาษี AD ในอัตราร้อยละ 0-225.62 อัตราภาษีสำหรับผู้ส่งออกรายอื่น ร้อยละ 112.81, เวียดนาม ร้อยละ 0.01-4.57 อัตราภาษีสำหรับผู้ส่งออกรายอื่น ร้อยละ 25.76, อินเดีย ร้อยละ 4.03-82.30, บราซิล ร้อยละ 23.11-349, เอกวาดอร์ ร้อยละ 1.02-48.61
ในการทบทวนอัตรา AD รอบนี้ มีบริษัทผู้ส่งออกไทย 5 บริษัทได้ยื่นคำร้องขอทบทวนอัตราภาษี AD ด้วยความสมัครใจไปยังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ คือ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (TUF), บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) (PPC), บริษัท ยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (UFP), บริษัท ไทยเอกมัยห้องเย็น จำกัด และบริษัท คิทเช่นส์ ออฟ ดิ โอเชี่ยนส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ซึ่งทั้ง 5 บริษัทดังกล่าว เชื่อมั่นว่า อัตราการเรียกเก็บภาษี AD ที่บริษัทได้รับอยู่ในปัจจุบันน่าจะลดลง ต่อมาทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้สุ่มเลือก บริษัทผู้ส่งออกกุ้งของไทยเพียง 3 บริษัท คือ บริษัท ไทยเอกมัยห้องเย็น จำกัด, บริษัทแพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) และบริษัท กู๊ดลัค โปรดักส์ จำกัด (ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้เสนอตัว)
ผลปรากฏว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศให้ บริษัท ไทยเอกมัยห้องเย็น จำกัด เดิมถูกเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5.29 ได้ปรับลดลงเหลือร้อยละ 2.34 ,บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด (มหาชน) เดิมถูกเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5 ได้ปรับลดลงเหลือร้อยละ 4.29 และบริษัทกู๊ดลัค โปรดักส์ จำกัด เดิมถูกเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 5.98 ได้ถูกปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 10.75 แทน
อัตราเฉลี่ยเดิมปรับลด 23 บ.ได้อานิสงค์
ที่ผ่านมาอัตราภาษี AD เฉลี่ยทั้งประเทศที่มีอัตราระหว่างร้อยละ 5.79-6.82 ได้ถูกปรับลดลงเหลือร้อยละ 4.24 ทำให้มีบริษัทที่ได้อานิสงส์ ประมาณ 23 บริษัทคือบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเท่านั้น เนื่องจากผู้ส่งออกรายใหญ่กว่า 60 บริษัทกังวลว่าการรีวิวครั้งนี้อาจจะถูกเก็บในอัตราที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไปยอมรับข้อเสนอของ SSA (กลุ่มพันธมิตรชาวประมงกุ้งภาคใต้ 8 มลรัฐ หรือ Southern Shrimp Alliance ) ด้วยการจ่ายเงินให้ SSA แลกกับการคงอัตราภาษีเดิมคือ 5.79% ไว้อีก 1 ปี เพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้ก่อน
7 บ.แจ็คพอตเสีย 57%
ส่วนอีก 7 บริษัทที่ไม่ได้สนใจตอบแบบสอบถามตั้งแต่การประกาศรายชื่อการทบทวนรอบแรกต้องเสียอัตราภาษีขั้นต้นร้อยละ 57.64 แต่ทั้งนี้ ในการทบทวนภาษีประจำปีรอบ 2 ทุกบริษัทสามารถยื่นขอทบทวน และได้ปรับลดภาษีหากตอบคำถาม และมีข้อมูลชี้แจงได้ชัดเจนกว่าเดิม
นอกจากนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เองยังได้ตั้งเงื่อนไขชัดเจน โดยห้ามไม่ให้ SSA ยื่นฟ้องแบบเหวี่ยงแหเหมือนรอบแรกที่ยื่นฟ้องบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจกุ้ง โดยทุกบริษัทที่จะถูกประกาศทาง SSA ต้องมีที่ตั้งของบริษัทชัดเจน และบริษัทยัง ดำเนินธุรกิจอยู่
ล้อมกรอบ
บริษัทผู้ส่งออกกุ้งแช่เย็นแช่แข็งที่ยื่นเจรจาจ่ายเงินกับ SSA ทั้งหมด 60 บริษัท โดยใน 60 บริษัทนั้นมีทั้งลักษณะที่เจรจาเป็นกลุ่มบริษัท เช่น กรณีกลุ่ม รูบิคอน มีทั้งหมด 9 บริษัท ส่วนรายกลาง รายเล็กที่ยอมเจรจาจ่ายเงินให้ SSA ส่วนใหญ่ยอมเจรจาเพราะถูกบริษัทนายหน้าที่สหรัฐฯ บังคับให้ทำเพื่อตัดปัญหาที่ตัวเองไม่ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงในการจ่ายเงินเอง
รายชื่อกลุ่มบริษัทและบริษัทที่ได้ยื่นเจรจา ขอคงอัตราภาษีไว้คงเดิม ได้แก่ 1)บริษัท ซี วาย โฟรเซ่นฟู้ด จำกัด 2)บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์ หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) 3)บริษัท ธารสมุทรฟู้ด จำกัด 4)บริษัท คิงฟิชเชอร์ โฮลดิ้ง จำกัด 5)บริษัท เมย์โอ จำกัด 6)บริษัท สยามยูเนี่ยน จำกัด 7)บริษัท ยูเนี่ยนโฟรเซนโปรดักส์ จำกัด บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยนซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) 9)บริษัท อินเตอร์ แปซิฟิก มารีน โปรดักส์ จำกัด 10)บริษัท ก้องภพโฟรเซ่นฟู้ดส์ จำกัด
11)กลุ่มรูบิคอน (Rubicon Group) ประกอบด้วย 9 บริษัท 12)บริษัท เอสทีซี ฟู้ดแพค จำกัด 13)บริษัท ซีเฟรชอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) 14)บริษัท ยี่หนินอาหารแช่แข็ง จำกัด 15)บริษัท ห้องเย็นกู้ดฟอร์จูน จำกัด 16)บริษัท มารีน โกลด์ โปรดักส์ จำกัด 17)บริษัท อลงกรณ์ห้องเย็น จำกัด 18)บริษัท ห้องเย็นชัยวรุตม์ จำกัด 19)บริษัท ไทยรอแยล ฟรอเซ่น ฟู๊ด จำกัด 20)บริษัท เซียนหนิง ซีฟู้ด จำกัด 21)บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) 22)เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.) และ 23)บริษัท คิทเช่นส์ ออฟ ดิ โอเชี่ยนส์ (ประเทศไทย) จำกัด
 
|